ถมดินแล้วสร้างบ้านได้เลยไหม?
เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับดินทรุดและการออกแบบ
📌 Key Takeaways
สร้างได้ ถ้าตัวบ้านลงเสาเข็ม เพราะน้ำหนักบ้านส่งลงชั้นดินที่แข็งกว่า ไม่ได้วางบนดินถม ไม่มีตัวเลขเดียวที่บอกว่าต้องรอกี่ปี เพราะดินถมยุบต่อได้หลายปี โดยเฉพาะบนดินเหนียวอ่อน พื้นชั้นล่าง ท่อ และลานรอบบ้านจึงต้องออกแบบเผื่อดินทรุดตั้งแต่แรก
- ในหลายกรณี บ้านที่มีเสาเข็มไม่ได้ทรุด ที่ทรุดคือดินรอบบ้าน อาการที่เห็นบ่อยคือโพรงใต้บ้าน ลานจอดรถแตกแยกจากตัวบ้าน และท่อน้ำทิ้งหักหรือไหลย้อน
- ดินถมทรุดจาก 2 ชั้น: ตัวดินถมที่ยังไม่แน่น และชั้นดินอ่อนเดิมที่ถูกน้ำหนักดินถมกดให้ยุบช้า ๆ ชั้นหลังใช้เวลานานกว่าและการรอเพียงอย่างเดียวมักไม่พอ
- จุดที่ต้องออกแบบเผื่อดินทรุด 4 จุด: พื้นชั้นล่าง (วางบนดินหรือวางบนคาน) ท่อที่ออกจากตัวบ้าน ลานจอดและทางเดิน และระดับบ้านเทียบถนน
- ถมดินสูงกว่าที่ดินต่างเจ้าของข้างเคียง และพื้นที่เนินดินเกิน 2,000 ตารางเมตร (หรือตามที่ท้องถิ่นประกาศ) ต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 26
- ที่ดินเคยน้ำท่วมสูงหรือขังนาน การถมสูงหนีน้ำเพิ่มน้ำหนักบนดินอ่อนจนทรุดต่อ การยกพื้นที่อยู่อาศัยด้วยแนวคิด FR System มักเหมาะกว่า
Table of Content
คำถาม "ถมดินแล้วต้องทิ้งไว้กี่ปีถึงจะสร้างบ้านได้" เป็นคำถามที่เจ้าของที่ดินแทบทุกคนถาม โดยเฉพาะคนที่เพิ่งซื้อที่ดินที่เคยเป็นนา บ่อปลา หรือร่องสวน และกำลังจะถมให้สูงพ้นน้ำ
คำตอบที่ได้จากแต่ละคนมักต่างกัน บางคนบอก 6 เดือน บางคนบอก 1 ปี บางคนบอกให้รอผ่านฝนหนึ่งฤดู ทั้งหมดไม่ผิด แต่ยังไม่ใช่คำถามที่ควรตั้ง
ทีม Landy Home ซึ่งเป็นทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี และมีผลงาน 10,000 หลัง มองว่าคำถามที่ควรตั้งคือ "ดินแปลงนี้จะทรุดต่ออีกแค่ไหน และบ้านของเราจะออกแบบให้อยู่กับการทรุดนั้นอย่างไร" เพราะบ้านที่ออกแบบถูกตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอให้ดินหยุดทรุดก่อน
ดินถมทรุดเพราะอะไร?
ลองนึกภาพข้าวสารที่เพิ่งเทจากกระสอบลงถัง ช่วงแรกข้าวจะฟูอยู่ด้านบน พอเขย่าหรือวางของทับ ระดับข้าวจะลดลงเอง ดินถมก็เป็นแบบเดียวกัน แต่มีชั้นดินเดิมอยู่ข้างใต้ด้วย การทรุดจึงเกิดจาก 2 ชั้นพร้อมกัน
| ชั้นที่ทรุด | เกิดจากอะไร | ทรุดเร็วหรือช้า |
|---|---|---|
| ตัวดินถม | ดินที่เทลงใหม่มีช่องว่างอากาศและน้ำ ถ้าไม่ได้บดอัดเป็นชั้น ฝนและน้ำหนักจะทำให้ดินอัดตัวลง | ส่วนใหญ่เห็นผลในช่วงฤดูฝนแรก ๆ หลังถม |
| ชั้นดินอ่อนเดิมใต้ดินถม | ดินเหนียวอ่อนที่อิ่มน้ำ เมื่อถูกน้ำหนักดินถมกดทับ น้ำในดินจะค่อย ๆ ถูกบีบออก ดินจึงยุบลงช้า ๆ | ช้ากว่ามาก อาจต่อเนื่องหลายปี ยิ่งถมสูง น้ำหนักยิ่งมาก |
| ดินเดิมที่ไม่ได้เตรียม | ถมทับเลน วัชพืช ตอไม้ หรือขยะ เมื่ออินทรีย์วัตถุเน่าสลายจะเกิดโพรงในดิน | ไม่สม่ำเสมอ ทรุดเป็นหลุมเป็นจุด |
พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน ที่ดินที่เคยเป็นนาหรือบ่อจึงมักเจอการทรุดแบบชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นแบบที่ "รอเท่าไรก็ยังไม่จบ" นี่คือเหตุผลที่หลายบ้านสร้างเสร็จมา 3 ถึง 5 ปีแล้วยังเห็นช่องว่างใต้บ้านกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ถมดินแล้วต้องรอกี่ปีถึงสร้างบ้านได้?
ไม่มีกฎหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดระยะรอเป็นตัวเลขเดียว หลักที่ใช้กันทั่วไปคือดินถมใหม่ควรผ่านฤดูฝนอย่างน้อยหนึ่งฤดู เพื่อให้ตัวดินถมอัดตัวไปก่อนส่วนหนึ่ง แต่ระยะที่เหมาะกับแต่ละแปลงขึ้นกับ 4 เรื่องนี้
| เรื่องที่ต้องดู | ถ้าเป็นแบบนี้ ทรุดน้อยกว่า | ถ้าเป็นแบบนี้ ทรุดมากและนานกว่า |
|---|---|---|
| ความสูงที่ถม | ถมบาง ๆ ปรับระดับเล็กน้อย | ถมสูงเพื่อหนีน้ำหรือให้เท่าถนนที่ถูกยกระดับ |
| ดินเดิมใต้ดินถม | ดินเดิมแน่น เคยเป็นที่ดอน | เคยเป็นนา บ่อ ร่องสวน หรือพื้นที่ลุ่มน้ำขัง |
| วิธีถม | ลอกหน้าดินและเลนออก ถมเป็นชั้นและบดอัดทีละชั้น | เทดินกองเดียวทีเดียวแล้วเกลี่ย ไม่บดอัด |
| ชนิดดินถม | ดินถมที่สะอาด ไม่มีเศษขยะหรือรากไม้ | ดินปนเศษวัสดุ ดินเลน หรือหน้าดินที่มีอินทรีย์วัตถุมาก |
ข้อที่คนมักเข้าใจผิดคือ "รอนานพอแล้วจะหายทรุด" ในที่ดินที่มีชั้นดินเหนียวอ่อนหนา การรอ 1 ถึง 2 ปีช่วยให้ดินถมแน่นขึ้น แต่ชั้นดินอ่อนข้างใต้อาจยังยุบต่อ ดังนั้นการรออย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบ ต้องคู่กับการออกแบบบ้านให้รับการทรุดได้ด้วย
บ้านบนดินถมต้องออกแบบอะไรเผื่อดินทรุด?

ภาพจำลอง · 4 จุดที่สัมผัสดินถมโดยตรง ต้องออกแบบเผื่อดินทรุดตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ
บ้านที่สร้างโดยบริษัทรับสร้างบ้านมาตรฐานจะลงเสาเข็ม น้ำหนักของตัวบ้านจึงส่งผ่านเสาเข็มไปยังชั้นดินที่แข็งกว่า ไม่ได้วางบนดินถม ตัวบ้านจึงเริ่มสร้างได้แม้ดินถมยังไม่นิ่ง (วิศวกรต้องคำนวณแรงฉุดลงจากดินที่ยังทรุดไว้ในการออกแบบเสาเข็ม) แต่มี 4 จุดที่สัมผัสดินถมโดยตรง และต้องตัดสินใจตั้งแต่เขียนแบบ
| จุดที่สัมผัสดินถม | ถ้าไม่เผื่อ จะเกิดอะไร | แนวทางที่ใช้กันในงานออกแบบ |
|---|---|---|
| พื้นชั้นล่าง | พื้นวางบนดินทรุดตามดิน พื้นแตก ร้าว หรือเอียง | บนดินถมใหม่มักเลือกพื้นวางบนคาน ซึ่งฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้างบ้าน ไม่ได้วางบนดิน |
| ท่อที่ออกจากตัวบ้าน | ตัวบ้านอยู่กับที่ แต่ดินและบ่อพักด้านนอกทรุด ท่อหักหรือแอ่น น้ำทิ้งไหลไม่ดีหรือไหลย้อน | เผื่อระยะทรุดที่จุดต่อท่อ วางแนวท่อและบ่อพักให้ซ่อมได้ง่าย |
| ลานจอดรถและทางเดิน | ลานทรุดแยกจากตัวบ้าน เกิดขั้นสะดุดที่ประตูและโรงรถ | แยกโครงสร้างลานออกจากตัวบ้าน และทำทีหลังได้เมื่อดินนิ่งขึ้น |
| ระดับบ้านเทียบถนน | ดินรอบบ้านทรุดจนต่ำกว่าถนน น้ำจากถนนไหลเข้าบ้าน | กำหนดระดับพื้นบ้านจากระดับถนน ระดับน้ำที่เคยท่วม และระยะที่ดินคาดว่าจะทรุด |
ทั้ง 4 จุดเป็นเรื่องที่แก้ทีหลังได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องรื้อพื้นหรือขุดท่อ ทางที่คุ้มกว่าคือให้ทีมออกแบบรู้ตั้งแต่วันแรกว่าดินแปลงนั้นถมมาเมื่อไร ถมสูงเท่าไร และดินเดิมเป็นอย่างไร
ดินทรุดกับบ้านทรุด ต่างกันยังไง ดูจากอาการไหน?
สองคำนี้ฟังคล้ายกัน แต่ความรุนแรงต่างกันมาก ดินทรุดส่วนใหญ่เป็นงานซ่อมรอบบ้าน ส่วนบ้านทรุดเป็นเรื่องโครงสร้างที่ต้องให้วิศวกรดู
| อาการที่เห็น | น่าจะเป็น | ควรทำอะไร |
|---|---|---|
| มีช่องว่างหรือโพรงใต้คานรอบบ้าน มองเห็นใต้บ้านได้ | ดินทรุด | เติมดินและปิดช่อง กันสัตว์และปลวกเข้าไปอยู่ใต้บ้าน |
| ลานจอดรถหรือทางเดินแตก แยกจากตัวบ้านเป็นแนวตรง | ดินทรุด | ปรับระดับลานใหม่ เติมรอยต่อให้ยืดหยุ่น |
| น้ำทิ้งไหลช้า มีกลิ่น หรือไหลย้อนที่ห้องน้ำชั้นล่าง | ดินทรุดจนท่อแอ่นหรือหัก | ให้ช่างตรวจแนวท่อและบ่อพักนอกบ้าน |
| ผนังร้าวแนวเฉียงจากมุมประตูหรือหน้าต่าง | อาจเป็นบ้านทรุด | ให้วิศวกรโครงสร้างตรวจ |
| ประตูหน้าต่างปิดฝืดผิดปกติ หรือพื้นในบ้านเอียง | อาจเป็นบ้านทรุด | ให้วิศวกรโครงสร้างตรวจ และจดบันทึกอาการพร้อมวันที่ |
ถ้าบ้านเพิ่งผ่านน้ำท่วมมา ให้ตรวจอาการเหล่านี้คู่กับเช็กลิสต์ในคู่มือการตรวจบ้านหลังน้ำท่วม เพราะน้ำที่ขังนานทำให้ดินรอบบ้านอิ่มน้ำและยุบตัวได้มากขึ้น
ถมดินอย่างไรให้ทรุดน้อยลง?
ดินทรุดเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ลดได้มากด้วยการถมให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก ก่อนจ้างผู้รับเหมาถมดิน ให้ถามและตรวจ 6 ข้อนี้
- ลอกหน้าดินเดิมก่อนถม เอาเลน วัชพืช ตอไม้ และขยะออก ถ้าเป็นบ่อหรือร่องสวน ต้องสูบน้ำและลอกเลนก้นบ่อก่อน
- ถมเป็นชั้นและบดอัดทีละชั้น แทนการเทดินกองเดียวแล้วเกลี่ย ดินที่บดอัดเป็นชั้นจะแน่นกว่าและทรุดสม่ำเสมอกว่า
- เลือกดินถมที่สะอาด ไม่มีเศษวัสดุ เศษคอนกรีตก้อนใหญ่ หรือรากไม้ปน ซึ่งจะทำให้เกิดโพรงเมื่อเวลาผ่านไป
- กำหนดระดับจากตัวเลข ไม่ใช่จากความรู้สึก ใช้ระดับถนนหน้าที่ดิน ระดับน้ำที่เคยท่วม และระดับที่ดินข้างเคียงเป็นตัวตั้ง
- ทำทางระบายน้ำรอบแปลง ไม่ให้น้ำฝนจากที่ดินเราไหลลงที่ดินข้างเคียง ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายด้วย
- ถ่ายรูปและจดวันที่ถม ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากตอนส่งให้ทีมออกแบบบ้าน
กฎหมายที่ต้องรู้ก่อนถมดิน
พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 26 กำหนดว่า ถ้าจะถมดินโดยเนินดินสูงกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และพื้นที่เนินดินเกิน 2,000 ตารางเมตร (หรือตามพื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด) ต้องแจ้งการถมดินต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน ส่วนการถมที่สูงกว่าที่ดินข้างเคียงแต่พื้นที่ไม่เกินเกณฑ์ ผู้ถมต้องจัดให้มีการระบายน้ำให้เพียงพอ ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียง
ก่อนถมควรสอบถามสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ เพราะบางท้องถิ่นมีข้อบัญญัติเพิ่มเติม
ที่ดินเคยน้ำท่วม ถมสูงหนีน้ำได้ไหม?
ได้ แต่มีผลข้างเคียงที่หลายคนไม่ได้คิด ยิ่งถมสูง น้ำหนักที่กดลงบนชั้นดินอ่อนยิ่งมาก ดินจึงทรุดมากและนานขึ้น และถ้าถมสูงกว่าเพื่อนบ้านมาก ทางน้ำเดิมของละแวกอาจเปลี่ยน น้ำที่เคยไหลผ่านอาจไปขังที่บ้านข้าง ๆ แทน
สำหรับที่ดินที่น้ำท่วมสูงหรือขังนาน อีกทางที่มักเหมาะกว่าคือถมดินพอดีกับระดับถนน แล้วยกพื้นที่อยู่อาศัยขึ้นด้วยตัวบ้านเอง ซึ่งเป็นหลักคิดของ FR System (Flood Resistant System) นวัตกรรมบ้านรองรับน้ำท่วมของ Landy Home ที่วางระดับพื้น ระบบไฟ และงานระบบตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ อ่านการเทียบสองแนวทางแบบละเอียดได้ที่ถมดิน หรือ ยกใต้ถุน ที่ดินลุ่มควรเลือกแบบไหน และการออกแบบทั้งระบบที่สร้างบ้านป้องกันน้ำท่วม ต้องออกแบบยังไง
แจกฟรี: คู่มือ Concept Design บ้านรองรับน้ำท่วม จาก FR System
8 Concept ที่ทีมสถาปนิก Landy Home คิดไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ พร้อมวิธีเก็บระดับน้ำท่วมขังของที่ดิน ภาพตัดถมดินกับยกใต้ถุน และแปลนแนวคิด 2 ชั้น
ดาวน์โหลดคู่มือ Concept Design บ้านรองรับน้ำท่วมทำไมต้องสร้างบ้านบนที่ดินถมกับ Landy Home?
บ้านบนดินถมต้องการทีมที่ดูที่ดินจริงก่อนวางแบบ และสร้างได้ตรงแบบ นี่คือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ของ Landy Home
| เรื่อง | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| ก่อนออกแบบ | ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ ดูระดับที่ดิน ถนน และสภาพดินถม |
| ผลงาน | 10,000 หลัง (ดูผลงาน) |
| ประสบการณ์ | ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี |
| ความมั่นคง | ทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท (200 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านในประเทศไทย (ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) |
| โครงสร้าง | Nova System ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป ศึกษาพัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น รับประกันโครงสร้าง 20 ปี* |
| ระบบตรวจงาน | ตรวจ 3 ชั้นภายใต้ ISO 9001:2015: วิศวกรเข้าตรวจหน้างาน, ทีม QA ตรวจมาตรฐาน, ทีม QC ตรวจความถูกต้องและความครบถ้วน |
| ที่ดินเสี่ยงน้ำท่วม | FR System (Flood Resistant System) วางระดับพื้น ระบบไฟ และงานระบบให้รองรับน้ำท่วมตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ เป็นทางเลือกที่พิจารณาตามความเสี่ยงน้ำท่วมของที่ดิน |
| แบบบ้าน | แบบบ้านในเครือแลนดี้ กว่า 300 แบบ จาก 3 แบรนด์ในเครือ (Landy Home, Landy Grand และ Trendy Home) |
| พื้นที่บริการ | 11 จุดให้บริการ (10 สาขาบริษัท และชลบุรีซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย) โดยทั่วไปรับงานในรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรจากสาขา และบางพื้นที่พิจารณาเป็นรายกรณี |
ข้อที่ควรรู้ก่อนติดต่อ: ช่วงงบที่ Landy Home ถนัดคือ 8 ถึง 20 ล้านบาท ถ้างบต่ำกว่า 8 ล้านบาท แนะนำให้ดู Trendy Home แบรนด์ในเครือ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งใช้ระบบโครงสร้าง Nova System ชุดเดียวกัน
ให้ทีมแลนดี้ไปดูที่ดินจริง ก่อนตัดสินใจเรื่องดินถมและแบบบ้าน
ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ก่อนเริ่มออกแบบ ผลงาน 10,000 หลัง ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี โครงสร้าง Nova System รับประกันโครงสร้าง 20 ปี*
พิเศษ! จองสิทธิ์สำรวจที่ดิน ออกแบบบ้าน และประเมินงบก่อสร้างฟรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านรับสร้างบ้านได้ที่
ข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 หมวด 3 การถมดิน (มาตรา 26 ถึง 28) สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 เผยแพร่ตัวบทโดย drthawip.com
- Nova System ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด จาก หน้า Nova System บนเว็บไซต์แลนดี้ โฮม
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถมดินเสร็จแล้ว สร้างบ้านต่อได้เลยไหม?
A: ตัวบ้านที่ตั้งบนเสาเข็มเริ่มสร้างได้ เพราะน้ำหนักบ้านลงเสาเข็ม ไม่ได้วางบนดินถม โดยวิศวกรต้องคำนวณแรงฉุดลงจากดินที่ยังทรุดตัวไว้ในการออกแบบเสาเข็มด้วย แต่ทุกอย่างที่วางบนดินถมโดยตรง เช่น พื้นวางบนดิน ลานจอดรถ ทางเดิน และท่อ จะทรุดตามดิน จึงต้องออกแบบเผื่อตั้งแต่แรก Landy Home ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ เพื่อให้ทีมออกแบบรู้ว่าดินแปลงนั้นเพิ่งถมหรือถมมานานแล้ว
Q: บ้านมีเสาเข็ม ทำไมยังมีโพรงใต้บ้าน?
A: ส่วนใหญ่เป็นเพราะดินรอบบ้านทรุด ไม่ใช่ตัวบ้าน เสาเข็มรับน้ำหนักบ้านไว้ที่ระดับเดิม ส่วนดินถมยุบตัวลงเรื่อย ๆ จึงเกิดช่องว่างใต้คานคอดิน งานแบบนี้แก้ได้ด้วยการเติมดินและปิดช่อง แต่ทางที่ดีกว่าคือออกแบบพื้นชั้นล่างและท่อให้รับการทรุดได้ตั้งแต่ต้น บ้าน Landy Home ใช้โครงสร้าง Nova System ที่รับประกันโครงสร้าง 20 ปี*
Q: ดินทรุดกับบ้านทรุด ต่างกันยังไง?
A: ดินทรุดคือดินรอบบ้านยุบลง ตัวบ้านยังอยู่ระดับเดิม อาการคือโพรงใต้บ้าน ลานจอดแตกแยกจากตัวบ้าน ส่วนบ้านทรุดคือโครงสร้างเคลื่อนตัว อาการคือผนังร้าวแนวเฉียง ประตูหน้าต่างปิดฝืด หรือพื้นในบ้านเอียง กรณีหลังควรให้วิศวกรตรวจทันที ระบบตรวจงาน 3 ชั้นภายใต้ ISO 9001:2015 ของ Landy Home มีวิศวกรเข้าตรวจหน้างานระหว่างก่อสร้าง
Q: ถมดินต้องขออนุญาตหรือแจ้งใครไหม?
A: ตาม พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 26 ถ้าถมดินสูงกว่าที่ดินข้างเคียงของคนอื่น และพื้นที่เนินดินเกิน 2,000 ตารางเมตร ต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน ถ้าถมสูงกว่าที่ดินข้างเคียงแต่พื้นที่ไม่เกินเกณฑ์ ต้องจัดการระบายน้ำให้เพียงพอ ไม่ให้เสียหายแก่ที่ดินข้างเคียง ทีม Landy Home ตรวจระดับที่ดินและทางน้ำรอบแปลงตอนสำรวจพื้นที่ก่อนวางแบบ
Q: ที่ดินเคยน้ำท่วม ควรถมดินสูงหนีน้ำหรือยกบ้านดีกว่า?
A: ถ้าน้ำท่วมตื้นและขังไม่นาน การถมดินพอดีกับระดับถนนอาจพอ แต่ถ้าน้ำท่วมสูงหรือขังนาน การถมสูงมากจะเพิ่มน้ำหนักบนดินอ่อนจนทรุดต่อหลายปี และอาจเปลี่ยนทางน้ำของละแวก การยกพื้นที่อยู่อาศัยขึ้นจึงมักตอบโจทย์กว่า FR System ของ Landy Home วางระดับพื้นและระบบไฟให้รองรับน้ำท่วมตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ
Q: Landy Home รับสร้างบ้านบนที่ดินที่เพิ่งถมไหม?
A: รับ ถ้าที่ดินอยู่ในพื้นที่บริการ โดยทั่วไปรับงานในรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรจากสาขา และบางพื้นที่พิจารณาเป็นรายกรณี เริ่มจากส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจที่ดินจริง แล้วนำข้อมูลไปออกแบบ บ้านทุกหลังใช้ Nova System และได้รับประกันโครงสร้าง 20 ปี* ส่วนงบที่ Landy Home ถนัดคือ 8 ถึง 20 ล้านบาท
*การรับประกันโครงสร้างเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไปสำหรับวางแผนก่อนสร้างบ้าน ไม่ใช่ผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง งานถมดิน ฐานราก และโครงสร้างต้องให้วิศวกรประเมินจากสภาพที่ดินจริง
เขียนโดย ทีมบรรณาธิการ Landy Home ร่วมกับทีมสถาปนิกและวิศวกรของบริษัท · อัปเดตล่าสุด 2 ตุลาคม 2569