icon-house-planแบบบ้านicon-houseผลงานicon-bookE-Catalogicon-volume-lowโปรโมชัน
highlight
58

บ้านทรงนอร์ดิกในไทย ร้อนไหม
ต้องปรับแบบยังไงให้อยู่สบายทั้งปี

 

📌 Key Takeaways

บ้านทรงนอร์ดิกต้นตำรับออกแบบมาเพื่อเมืองหนาว หลังคาชันให้หิมะไหลลง และไม่มีชายคาเพื่อรับแสง เมื่อยกมาไว้ในไทยที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 27 องศาเซลเซียส จึงเจอบ้านร้อน ฝนสาดผนัง และความชื้นสะสม ทางแก้คือปรับผนัง หลังคา ทิศกระจก และการระบายอากาศตั้งแต่ตอนออกแบบ ไม่ใช่เปลี่ยนสไตล์

Table of Content

คำถามที่คนอยากได้บ้านทรงนอร์ดิกถามกันมากที่สุดคือ บ้านทรงนี้อยู่ในเมืองไทยแล้วร้อนไหม คำตอบตรงไปตรงมาคือ ถ้ายกแบบจากต้นฉบับมาทั้งดุ้นโดยไม่ปรับอะไรเลย มีโอกาสร้อนและชื้นจริง เพราะทุกองค์ประกอบที่ทำให้บ้านทรงนี้สวย ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของเมืองหนาว ไม่ใช่เมืองร้อนชื้น บทความนี้อธิบายว่าปัญหาเกิดที่จุดไหนบ้าง และจุดไหนที่ต้องแก้ตั้งแต่ตอนออกแบบ ก่อนที่จะกลายเป็นค่าซ่อมหลังเข้าอยู่

เนื้อหาส่วนใหญ่มาจากการถอดบทเรียนหน้างานจริงของทีม รับสร้างบ้าน แลนดี้ โฮม ที่เคยสร้างบ้านทรงนี้มาหลายหลัง รวมถึงเคสบ้านตากอากาศที่จังหวัดราชบุรีในคลิปด้านล่าง

คลิป คู่หูคู่ซี้ กูรูเรื่องบ้าน พาชมบ้านทรงนอร์ดิกที่ปรับให้เข้ากับอากาศไทย (เผยแพร่ 17 พฤษภาคม 2566)

บ้านทรงนอร์ดิกคืออะไร ทำไมหลังคาชันและไม่มีชายคา?

บ้านทรงนอร์ดิก หรือบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียน คือบ้านที่มาจากกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย จุดเด่นที่ทุกคนจำได้คือ หลังคาจั่วทรงสูงและชัน ไม่มีชายคายื่นออกมา ผนังเรียบไม่มีบัวปูนปั้นหรือระแนงประดับ และมีกระจกบานใหญ่จำนวนมาก

สามอย่างนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพราะสวยอย่างเดียว แต่แก้ปัญหาของพื้นที่นั้นโดยตรง

  • หลังคาชัน ทำให้หิมะที่ตกหนักไหลลงจากหลังคาแทนที่จะสะสมจนน้ำหนักกดโครงสร้าง
  • ไม่มีชายคา เพราะแถบนั้นแดดน้อย ยิ่งบังแดดยิ่งทำให้บ้านมืดและหนาว
  • กระจกบานใหญ่ ใช้ดึงแสงและความอบอุ่นจากภายนอกเข้ามาในบ้าน เสริมกับเตาผิง

พอเข้าใจเหตุผลตั้งต้นแล้วจะเห็นทันทีว่า ทำไมการยกทั้งสามอย่างมาวางในไทยโดยไม่ปรับ ถึงให้ผลตรงกันข้าม

บ้านทรงนอร์ดิกเหมาะกับประเทศไทยไหม?

ในรูปแบบดั้งเดิมยังไม่เหมาะ แต่ปรับให้เหมาะได้ ถ้าแก้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ไม่ใช่ไปแก้ตอนสร้างเสร็จ

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 27 องศาเซลเซียส โดยภาคกลางมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในฤดูร้อนราว 36.2 องศาเซลเซียส และฤดูฝนกินเวลาตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม นั่นแปลว่าบ้านหลังหนึ่งในไทยต้องรับมือกับแดดจัดและฝนสาดสลับกันเกือบครึ่งปี ต่างจากโจทย์หิมะและแดดน้อยที่เป็นที่มาของบ้านทรงนี้โดยสิ้นเชิง

องค์ประกอบแก้ปัญหาอะไรในเมืองหนาวกลายเป็นปัญหาอะไรในไทย
หลังคาจั่วชันสูงหิมะไม่สะสมบนหลังคาใต้หลังคามีปริมาตรอากาศร้อนสะสมมาก คลายความร้อนช้า
ไม่มีชายคารับแสงได้เต็มที่ในที่ที่แดดน้อยผนังโดนแดดและฝนสาดตรง เสี่ยงรั่วซึมและสีซีดเร็ว
กระจกบานใหญ่ดึงความอบอุ่นเข้าบ้านความร้อนเข้าและระบายออกยาก แอร์ทำงานหนัก
ผนังเรียบไม่มีระแนงบังแดดดูแลง่าย หิมะไม่เกาะไม่มีอะไรช่วยลดความร้อนที่ผิวผนัง

ข้อเสียของบ้านทรงนอร์ดิกในไทยคืออะไร?

ข้อเสียที่เจอบ่อยไม่ได้เกิดจากสไตล์ แต่เกิดจากการสร้างตามรูปโดยไม่แก้ระบบข้างใน อาการที่เจอซ้ำกันมี 5 ข้อ

  1. บ้านร้อนช่วงบ่ายและเย็น ความร้อนที่เข้ามาทางกระจกและหลังคาสะสมอยู่ในโถงสูง แล้วคลายออกช้า
  2. ค่าไฟสูงกว่าที่ประเมินไว้ เพราะแอร์ต้องทำงานยาวขึ้นเพื่อดึงอุณหภูมิลง
  3. น้ำรั่วซึมตรงรอยต่อ จุดเสี่ยงคือขอบวงกบกระจกและรอยต่อผนังกับหลังคา เพราะไม่มีชายคาช่วยกันฝนสาด
  4. ความชื้นและกลิ่นอับ ตามมาด้วยคราบเชื้อราตามมุมผนังและฝ้า โดยเฉพาะบ้านที่ปิดทิ้งไว้บ่อย
  5. ผิวบ้านโทรมเร็ว สีผนังซีดจางไม่เท่ากันเพราะโดนแดดตรงตลอดวัน

ข้อสังเกตที่ควรรู้คือ อาการเหล่านี้เกิดหลังเข้าอยู่ไปแล้วหลายเดือน จึงมักถูกมองว่าเป็นปัญหางานก่อสร้าง ทั้งที่จริงเป็นผลจากการตัดสินใจตอนออกแบบ

ปรับแบบอย่างไรให้บ้านทรงนอร์ดิกอยู่สบายในอากาศไทย?

หลักการคือคงหน้าตาที่เจ้าของบ้านต้องการไว้ แล้วไปแก้ที่สิ่งที่มองไม่เห็น ได้แก่ ผนัง หลังคา ทิศของกระจก และการหมุนเวียนอากาศ 5 จุดต่อไปนี้คือจุดที่ต้องคุยกับสถาปนิกและวิศวกรก่อนเซ็นแบบ

  1. เลือกชนิดและความหนาผนังตามทิศที่รับแดด ผนังที่หนาขึ้นหรือมีมวลสารมากขึ้นช่วยหน่วงเวลาที่ความร้อนเดินทางผ่านเข้ามาในบ้าน ทำให้ช่วงที่แดดแรงที่สุด ความร้อนยังมาไม่ถึงห้องด้านใน ค่าที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดวัสดุและทิศ จึงต้องให้วิศวกรกำหนดเป็นรายแบบ ไม่ใช่ค่ากลางที่ใช้ได้กับทุกหลัง สิ่งที่เจ้าของบ้านทำได้คือขอสเปกวัสดุเป็นเอกสารมาดูก่อนเซ็น
  2. กรุผิวผนังภายนอกให้เกิดช่องอากาศ การกรุแผ่นวัสดุทับผนังโดยเว้นช่องอากาศไว้ด้านหลัง ทำให้ความร้อนถูกสกัดสองชั้น คือชั้นผิวที่โดนแดดตรง และชั้นอากาศที่ไหลผ่านระบายความร้อนออกก่อนถึงผนังจริง จุดที่ต้องระวังคือถ้าปิดทึบจนอากาศไม่ไหล ผิวที่กรุจะกลายเป็นตัวสะสมความร้อนแทน ระยะช่องอากาศและตำแหน่งช่องระบายเป็นรายละเอียดที่ต้องออกแบบเฉพาะหลัง ให้ขอแบบขยายรอยต่อดูก่อนเซ็นแบบ
  3. ทำฉนวนกันความร้อนสองชั้นที่หลังคาและฝ้า ชั้นแรกอยู่ที่ใต้แผ่นหลังคา ชั้นที่สองคือฉนวนที่ปูบนฝ้าเพดาน เพราะโถงหลังคาทรงสูงมีปริมาตรอากาศร้อนมากกว่าบ้านหลังคาทั่วไป การกันแค่ชั้นเดียวมักไม่พอ ตัวเลขที่ควรถามคือค่าการสะท้อนรังสีความร้อนของแผ่นที่ใช้ ของแลนดี้ โฮม ภายใต้ Landy Home Cooling ใช้แผ่นสะท้อนความร้อนที่สะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 95%
  4. เลือกทิศและมุมของกระจกก่อนวางผัง กระจกบานใหญ่ไม่ใช่ปัญหาถ้าไม่ได้หันรับแดดบ่าย การวางให้บานใหญ่ที่สุดเลี่ยงทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ ช่วยลดความร้อนได้โดยไม่ต้องลดขนาดกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านหวงที่สุด ถ้าเลี่ยงทิศไม่ได้จริง ค่อยไปแก้ที่ชนิดกระจก และตอนนั้นให้ขอค่าการกันความร้อนเป็นตัวเลขจากผู้ผลิตกระจก อย่าตัดสินจากคำว่ากระจกตัดแสงเฉย ๆ
  5. วางระบบเติมและระบายอากาศตั้งแต่ต้น บ้านที่ปิดประตูหน้าต่างเกือบตลอดเวลาเพื่อเปิดแอร์ จะมีทั้งความร้อนและความชื้นสะสม การเดินท่อและเผื่อจุดติดตั้งเครื่องเติมอากาศไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบ ทำง่ายกว่าการมาเจาะผนังทีหลังมาก

สังเกตว่าทั้ง 5 ข้อไม่มีข้อไหนที่ทำให้หน้าตาบ้านเปลี่ยนไปจากทรงนอร์ดิกที่ตั้งใจไว้ นี่คือเหตุผลที่ควรตัดสินใจเรื่องเหล่านี้พร้อมกับตอนเลือกแบบ ไม่ใช่หลังจากเลือกแบบเสร็จแล้ว

ข้อมูลจาก Landy Home: แลนดี้ โฮม มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ผลงานกว่า 10,000 หลัง ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี ภายใต้ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 และเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) โครงสร้างใช้ Nova System ซึ่งเป็นระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่หล่อเสาและคานในแนวนอนจากโรงงาน ทำให้มวลรวมกระจายตัวสม่ำเสมอกว่าการหล่อในแนวตั้งด้วยไม้แบบหน้างาน ใช้คอนกรีตอัดแรงกำลังสูงชนิดเดียวกับงานทางด่วน สะพาน และอาคารสูง พร้อมรับประกันโครงสร้าง 20 ปี และมีทีมสถาปนิกกับวิศวกรประจำบริษัทที่ปรับผังและโครงสร้างให้เป็นรายแบบได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง

บ้านตากอากาศทรงนอร์ดิกที่ปิดทิ้งไว้นาน ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?

บ้านทรงนอร์ดิกได้รับความนิยมอย่างมากในการทำเป็นบ้านพักตากอากาศ ทั้งแถบภูเขา ทะเล และคาเฟ่ แต่ปัญหาสำคัญของบ้านกลุ่มนี้คือการถูกปิดสนิททิ้งไว้นาน โดยเจ้าของมาใช้งานจริงเพียงปีละไม่กี่ครั้ง ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท เกิดการสะสมของความร้อนและความชื้น ส่งผลให้เปิดบ้านเข้ามามักเจอกลิ่นอับ เฟอร์นิเจอร์หนังกรอบ และเชื้อราขึ้นตามผิววัสดุ

การจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดช่วยได้แค่ให้กลิ่นบางลงชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของการสะสมความชื้นในอากาศ

ทางออก: ระบบเติมอากาศแรงดันบวก (CAPPLUS)

ทางแก้ที่ใช้ในเคสบ้านตากอากาศจังหวัดราชบุรี คือการติดตั้งระบบเติมอากาศ CAPPLUS ซึ่งดึงอากาศจากภายนอกเข้ามากรอง แล้วดันเข้าตัวบ้านจนความดันอากาศในบ้านสูงกว่าภายนอกเล็กน้อย (หลักการเดียวกับห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาล)

  • ป้องกันมลพิษ: ฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในอากาศจากภายนอกเข้าบ้านได้ยากตั้งแต่แรก
  • ถ่ายเทอากาศสด: ต่างจากเครื่องฟอกอากาศทั่วไปที่เพียงแค่ฟอกอากาศเดิมวนไปมา
  • ประหยัดพลังงาน: มีระบบนำความร้อนกลับ ทำให้เติมอากาศใหม่ได้โดยที่เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก
  • ดูแลต่อได้เอง: ไส้กรองถอดล้างเองได้ และรับประกันชิ้นส่วน 2 ปี ซึ่งไม่รวมอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานอย่างไส้กรอง

เงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อน: CAPPLUS เป็นนวัตกรรมประจำบ้านที่เลือกติดตั้งได้ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ติดมากับบ้านทุกหลัง สิ่งที่ได้รับขึ้นอยู่กับสเปกบ้านและโปรโมชันที่ลูกค้าเลือก โดยสเปกมาตรฐานระดับ Popular และ Signature ระบุ CAPPLUS ไว้ ส่วนระดับ Lite ไม่ได้ระบุ ให้ยืนยันกับฝ่ายขายว่าสเปกที่เลือกมีหรือไม่

📊 ผลการทดสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร โดย บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด

  • ลดฝุ่น PM2.5 ที่สะสมในห้องได้ 92%
  • ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 69%
  • กำจัดเชื้อราและยีสต์ในอากาศได้ ทั้งหมด

ทดสอบเมื่อ 21 พฤษภาคม 2563 ระยะเวลา 2 ชั่วโมง ผลที่วัดได้เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและมลพิษของแต่ละพื้นที่

ผลที่ผู้ออกแบบบ้านหลังนี้เล่าไว้ในคลิปคือ บ้านไม่อับ ไม่ชื้น และเฟอร์นิเจอร์ยังอยู่ในสภาพเดิม ต่างจากบ้านพักอีกหลังที่เขาใหญ่ซึ่งไม่ได้ติดตั้งไว้ หากบ้านที่กำลังจะสร้างเป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่ประจำ แนะนำให้ยกเรื่องการระบายและเติมอากาศขึ้นมาคุยตั้งแต่ช่วงออกแบบ เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นอับและความชื้นระยะยาว

อยากเห็นบ้านที่สร้างเสร็จและเข้าอยู่แล้วจริง ดูได้ที่ ผลงานบ้านพักตากอากาศเกาะสมุย และอ่านแนวทางออกแบบเฉพาะพื้นที่ได้ที่ สร้างบ้านตากอากาศเขาใหญ่ ควรออกแบบยังไง

ก่อนเซ็นแบบ ควรถามผู้รับสร้างบ้านว่าอะไรบ้าง?

บ้านทรงนอร์ดิกเป็นทรงที่ดูจากรูปเรนเดอร์ไม่ออกว่าใครทำระบบข้างในไว้ครบหรือไม่ เพราะสิ่งที่ต่างกันอยู่หลังผนังทั้งหมด 7 คำถามนี้ใช้ถามได้กับผู้รับสร้างบ้านทุกเจ้า ไม่ใช่เฉพาะแลนดี้ โฮม และคำตอบที่ดีควรเป็นตัวเลขหรือรายละเอียดวัสดุ ไม่ใช่คำว่าใช้ของดี

  1. ผนังด้านที่รับแดดบ่ายใช้ชนิดและความหนาเท่าไหร่ และต่างจากผนังด้านอื่นหรือไม่
  2. หลังคามีฉนวนกี่ชั้น ชั้นไหนอยู่ที่หลังคา ชั้นไหนอยู่บนฝ้า และแผ่นสะท้อนความร้อนสะท้อนได้กี่เปอร์เซ็นต์
  3. ถ้าไม่มีชายคา ป้องกันน้ำเข้าที่ขอบวงกบและรอยต่อผนังกับหลังคาด้วยวิธีใด และรับประกันกี่ปี
  4. กระจกบานใหญ่ที่สุดของบ้านหันไปทางทิศใด และเคยจำลองเงาแดดตอนบ่ายให้ดูหรือยัง
  5. บ้านมีทางให้อากาศเข้าและออกที่จุดไหนบ้าง เมื่อปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด
  6. วัสดุผิวภายนอกรับประกันเรื่องสีซีดหรือการเสื่อมสภาพจากแดดกี่ปี
  7. ขอดูบ้านทรงนี้ที่บริษัทเคยสร้างและเข้าอยู่แล้วอย่างน้อย 1 ปีได้หรือไม่

คำถามข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะปัญหาความร้อนและความชื้นของบ้านทรงนี้จะแสดงตัวหลังผ่านฤดูฝนไปแล้วรอบหนึ่ง บ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จยังตอบคำถามนี้ไม่ได้

สร้างบ้านทรงนอร์ดิกใช้งบต่างจากบ้านทรงจั่วทั่วไปตรงไหน?

ราคาขึ้นอยู่กับแบบบ้าน พื้นที่ใช้สอย และสเปกที่เลือก จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกหลัง แต่สิ่งที่ทำให้งบของบ้านทรงนอร์ดิกต่างจากบ้านทรงจั่วทั่วไป มักมาจาก 4 รายการนี้

  • งานหลังคาทรงสูงและชัน ใช้เวลาและงานโครงสร้างมากกว่าหลังคาลาดต่ำ
  • งานกระจกบานใหญ่ ทั้งตัวกระจกและงานติดตั้งที่ต้องกันน้ำเป็นพิเศษ
  • ระบบกันความร้อนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้อยู่ได้จริงในไทย
  • งานระบบระบายและเติมอากาศ ถ้าเป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่ประจำ

สิ่งที่ควรเทียบไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตรอย่างเดียว แต่ควรเทียบว่าราคานั้นรวมระบบกันความร้อนไว้แล้วหรือยัง เพราะถ้าไม่รวม ค่าใช้จ่ายจะกลับมาในรูปค่าไฟและค่าซ่อมภายหลัง วิธีเทียบที่ตรงที่สุดคือขอเอกสารสเปกวัสดุของแต่ละเจ้ามาวางข้างกัน แล้วดูว่ารายการไหนมีจริงและรายการไหนเป็นออปชัน

ข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้ก่อน: ถ้าโจทย์คือบ้านทรงนอร์ดิกหลังเล็กงบประหยัด หรือบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูป งานลักษณะนั้นไม่ใช่สิ่งที่แลนดี้ โฮม รับทำ ผู้ผลิตบ้านสำเร็จรูปจะตอบโจทย์กว่า แลนดี้ โฮม เหมาะกับบ้านสร้างบนที่ดินของตัวเองที่ต้องการปรับแบบและระบบให้เข้ากับสภาพที่ดินจริง

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง: นวัตกรรมการสร้างบ้านของแลนดี้ โฮม · รวมแบบบ้านของแลนดี้ โฮม · ทำไมต้องแลนดี้ โฮม

สร้างบ้านอย่างสบายใจ เลือก แลนดี้ โฮม

ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ผลงานกว่า 10,000 หลัง ทีมสถาปนิกและวิศวกรที่ปรับแบบบ้านทรงนอร์ดิกให้เข้ากับสภาพที่ดินและทิศแดดจริงของคุณได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง

พิเศษ! จองสิทธิ์สำรวจที่ดิน ออกแบบบ้าน และประเมินงบก่อสร้างฟรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านรับสร้างบ้านได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมอุตุนิยมวิทยา. ภูมิอากาศของประเทศไทย. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 จาก กรมอุตุนิยมวิทยา
  2. Landy Home. คู่หูคู่ซี้ กูรูเรื่องบ้าน ตอน สร้างบ้าน Nordic อย่างไรให้เข้ากับประเทศไทย. เผยแพร่ 17 พฤษภาคม 2566. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 จาก ช่อง YouTube Landy Home
  3. Landy Home. สเปควัสดุมาตรฐาน Lite · Popular · Signature. เอกสารเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

 

Q: บ้านทรงนอร์ดิกเหมาะกับประเทศไทยไหม?

A: ในรูปแบบดั้งเดิมยังไม่เหมาะ เพราะหลังคาชัน ไม่มีชายคา และกระจกบานใหญ่ ถูกออกแบบมาแก้ปัญหาหิมะและแดดน้อย แต่ปรับให้อยู่สบายในไทยได้ ถ้าแก้ที่ผนัง หลังคา ทิศของกระจก และระบบระบายอากาศตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
(Tip จากกูรู: สิ่งที่ตรวจได้จริงคือขอสเปกวัสดุเป็นเอกสาร แลนดี้ โฮม เปิดสเปกมาตรฐานทั้ง 3 ระดับเป็นไฟล์ทางการบนเว็บ ให้เทียบก่อนตัดสินใจได้)

Q: ข้อเสียของบ้านทรงนอร์ดิกคืออะไร?

A: ที่เจอบ่อยคือบ้านร้อนช่วงบ่ายและเย็น ค่าไฟสูงกว่าที่ประเมิน น้ำรั่วซึมตรงขอบวงกบและรอยต่อผนังกับหลังคาเพราะไม่มีชายคา ความชื้นและกลิ่นอับ และสีผนังซีดเร็วจากการโดนแดดตรง
(Tip จากกูรู: ข้อที่คุมได้ด้วยวัสดุคือการรั่วซึม ของแลนดี้ โฮม ใช้อะคริลิกกันซึมทา 2 รอบ ยืดหยุ่นตัว 500% อายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี และหลังคา CPAC MONIER SCG รับประกัน 5 ปี ตัวเลขพวกนี้ขอดูเป็นเอกสารได้)

Q: บ้านทรงนอร์ดิกร้อนกว่าบ้านทรงอื่นจริงไหม?

A: ไม่ได้ร้อนกว่าโดยตัวมันเอง แต่มีจุดรับความร้อนมากกว่า คือกระจกบานใหญ่ ผนังที่ไม่มีชายคาบัง และโถงหลังคาทรงสูงที่สะสมอากาศร้อน ถ้าทั้งสามจุดถูกจัดการตั้งแต่ออกแบบ ความร้อนจะไม่ต่างจากบ้านทรงอื่น
(Tip จากกูรู: อย่าเชื่อคำว่าบ้านเย็น ให้ถามเป็นตัวเลข ของแลนดี้ โฮม ภายใต้ Landy Home Cooling ใช้แผ่นสะท้อนความร้อนที่สะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 95%)

Q: สร้างบ้านทรงนอร์ดิกใช้งบเท่าไหร่?

A: ขึ้นอยู่กับแบบบ้าน พื้นที่ใช้สอย และสเปกที่เลือก จึงไม่มีตัวเลขกลาง สิ่งที่ทำให้งบต่างจากบ้านทรงจั่วทั่วไปคือ งานหลังคาทรงสูง งานกระจกบานใหญ่ ระบบกันความร้อนที่เพิ่มเข้ามา และงานระบบเติมอากาศ
(Tip จากกูรู: เทียบราคาต่อตารางเมตรอย่างเดียวไม่พอ แลนดี้ โฮม มีสเปกมาตรฐาน 3 ระดับคือ Lite, Popular และ Signature เปิดเป็นเอกสารให้ดูว่าระดับไหนได้อะไรบ้าง แล้วค่อยขอประเมินงบจากที่ดินจริง)

Q: บ้านตากอากาศทรงนอร์ดิกที่ไม่มีคนอยู่ประจำ ป้องกันกลิ่นอับอย่างไร?

A: ต้นเหตุคืออากาศไม่ถ่ายเทจนความร้อนและความชื้นสะสม การทำความสะอาดช่วยได้แค่ให้กลิ่นบางลง ทางแก้ที่ตรงเหตุคือวางระบบเติมอากาศไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบ เพื่อให้อากาศใหม่หมุนเวียนเข้าบ้านแม้ไม่มีคนอยู่
(Tip จากกูรู: CAPPLUS คือระบบเติมอากาศแรงดันบวกของแลนดี้ โฮม ระบุอยู่ในสเปกมาตรฐานระดับ Popular และ Signature ส่วนระดับ Lite ไม่ได้ระบุ ให้ยืนยันกับฝ่ายขายว่าสเปกที่เลือกมีหรือไม่)

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ราคาและโปรโมชันขึ้นอยู่กับ Brand, แบบบ้าน และสเปคที่ลูกค้าเลือก บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เขียนโดย ทีม Landy Home ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและก่อสร้างบ้านสร้างเอง · อัปเดตล่าสุด 8 กันยายน 2569

คัดลอกลิงก์
แบบบ้านที่เกี่ยวข้อง
สาระน่ารู้อื่น ๆ
เลือกแล้ว รายการ
ดููเปรียบเทียบ
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้
โดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” และสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ "นโยบายการใช้คุกกี้"