
26
EV Charger Ready

6 สิ่งที่ต้องตรวจสอบ ก่อนติดตั้ง EV Charger
- ตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้า
การชาร์จรถ EV ต้องการไฟฟ้าต่อเนื่องในปริมาณที่มากกว่าอุปกรณ์ทั่วไปในบ้าน สำหรับบ้านไฟฟ้า 1 เฟส มิเตอร์ต้องรองรับได้ ขั้นต่ำ 30 แอมป์ และหากเป็นบ้าน 3 เฟส มิเตอร์ต้องมีขนาด 15/45 ขึ้นไป สามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ได้ที่การไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใกล้บ้าน - ตรวจขนาดสายเมนไฟฟ้า
สายไฟเมนที่ต่อจากสายหลักเข้าบ้านต้องมีขนาด 25 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป พร้อมกันนั้นต้องตรวจ Main Circuit Breaker (MCB) ด้วย บ้านที่จะติดตั้ง EV Charger ต้องรองรับกระแสไฟฟ้าได้ถึง 100 แอมป์ จากปกติที่บ้านทั่วไปรองรับอยู่แค่ 45 แอมป์เท่านั้น - ตู้ควบคุมไฟฟ้า EV (Consumer Unit)
เบรกเกอร์สำหรับ EV Charger ควรแยกออกจากเบรกเกอร์วงจรอื่นๆ ในบ้าน ต้องเป็น 1P ขนาด 16A ขึ้นไป และต้องไม่เกินพิกัดรวมของมิเตอร์ไฟฟ้า หากตู้ไฟหลักยังมีช่องว่าง สามารถติดตั้งเพิ่มได้เลย แต่ถ้าเต็มแล้วสามารถติดตู้ย่อยแยกเฉพาะสำหรับ EV ได้เช่นกัน - เครื่องตัดไฟรั่ว RCD Type B
นี่คือหัวใจของความปลอดภัยในระบบชาร์จ EV ที่บ้าน RCD ธรรมดาในบ้านตรวจจับได้แค่กระแสไฟรั่วแบบ AC แต่รถ EV สร้างกระแสรั่วได้ทั้ง AC และ DC ดังนั้น RCD Type B เท่านั้น ที่รับมือได้ครบทั้งสองแบบ ตามมาตรฐานสากล IEC 62955 กำหนดให้ทุกจุดติดตั้ง EV Charger ต้องมีอุปกรณ์นี้ - เต้ารับและระบบสายดิน
ตามมาตรฐาน มอก. 166-2549 เต้ารับสำหรับ EV ต้องเป็น แบบ 3 รู ทนกระแสต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 16A และต้องมีการติดตั้ง หลักดิน (สายดิน) แยกต่างหาก จากระบบสายดินของบ้าน เพื่อป้องกันการรบกวนกัน และเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด - ตำแหน่งที่ติดตั้ง EV Charger
จุดติดตั้งที่ดีควรอยู่ในบริเวณที่จอดรถ โดยมีระยะห่างจากตัว Charger ถึงหัวชาร์จรถ ไม่เกิน 5 เมตร และยิ่งใกล้ตู้ไฟหลักมากเท่าไร ยิ่งประหยัดค่าเดินสายมากเท่านั้น ที่สำคัญ ควรติดตั้งในพื้นที่ที่ไม่โดนฝนหรือแสงแดดโดยตรง แม้ว่า Charger ส่วนใหญ่จะมีระดับกันน้ำ (IP Rating) ก็ตาม
Landy Home ติดตั้ง EV PRO 7.4 kW ให้กับตัวบ้านที่สร้าง
เราพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้รถจริงของคนไทย — คนส่วนใหญ่ขับรถเฉลี่ยไม่เกิน 60–80 กิโลเมตรต่อวัน การชาร์จแค่ 2–3 ชั่วโมงในตอนเย็นก็เพียงพอให้รถออกวิ่งได้ทั้งวันรุ่งขึ้น ส่วนการชาร์จข้ามคืน 7–8 ชั่วโมงนั้นให้ระยะทางสูงถึง 280–320 กิโลเมตร ซึ่งเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ในวันเดียวหลายเท่า
ข้อดี
✔️ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
✔️ติดตั้งพร้อมกับตัวบ้านไม่ต้องกรีดผนัง ทำให้บ้านไม่เสียความสวยงาม
✔️ติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ
✔️คิดมาให้ตอบโจทย์ เพียงพอ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน

Q&A
แล้วทำไมไม่เลือก 11 kW หรือ 22 kW ไปเลย?
- รถ EV ส่วนใหญ่ในตลาดไทยรองรับการชาร์จ AC สูงสุดที่ 7.4 kW หรือ 11 kW เท่านั้น การลงทุนใน Charger ที่แรงกว่านั้นจึงไม่ได้ทำให้ชาร์จเร็วขึ้น
- Charger ที่ 11 kW ขึ้นไปต้องการระบบไฟฟ้า 3 เฟส ซึ่งบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ในไทยยังใช้ไฟ 1 เฟส การอัปเกรดระบบไฟต้องลงทุนเพิ่มมาก
- การชาร์จข้ามคืนด้วย 7.4 kW นั้นมีเวลาเหลือเฟือ ไม่มีใครต้องการชาร์จจาก 0 ถึง 100% ภายใน 2 ชั่วโมงในชีวิตประจำวัน เพราะคุณไม่ได้ขับรถจนแบตหมดทุกวัน
แบบบ้านที่เกี่ยวข้อง
สาระน่ารู้อื่น ๆ