7 วิธีเช็กประวัติน้ำท่วมที่ดิน
ก่อนซื้อหรือสร้างบ้าน
📌 Key Takeaways
ไม่มีที่ดินแปลงไหนที่ยืนยันได้ 100% ว่าน้ำไม่ท่วม แต่ประเมินได้จาก 7 แหล่งประกอบกัน ทั้งข้อมูลน้ำท่วมซ้ำซากของ GISTDA ภาพดาวเทียมย้อนหลัง ผังเมือง ร่องรอยน้ำ และคนในพื้นที่ แล้วสรุปเป็นตัวเลข 5 ตัว เช่น ท่วมสูงสุดเท่าไร ขังกี่วัน และท่วมบ่อยแค่ไหน
- GISTDA มีแผนที่น้ำท่วมซ้ำซากให้เปิดดูฟรีที่ disaster.gistda.or.th ระบายสีพื้นที่ตามจำนวนครั้งที่เคยท่วมตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2567 และค้นหาจากชื่อสถานที่ได้
- ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังใน Google Earth Pro ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2011 (พ.ศ. 2554) บอกได้ว่าแปลงนั้นจมน้ำในปีน้ำท่วมใหญ่หรือไม่
- ร่องรอยที่หน้างานบอกระดับน้ำได้แม่นกว่าแผนที่ เช่น คราบน้ำบนเสาไฟ กำแพงวัด หรือบ้านรอบข้างที่ยกพื้นสูงผิดปกติ
- ตัวเลข 5 ตัวที่ต้องจดก่อนคุยกับสถาปนิกคือ ระดับที่ดินเทียบถนน ระดับน้ำสูงสุด จำนวนวันที่น้ำขัง ความถี่ที่ท่วม และระดับบ้านข้างเคียง
- ที่ดินเคยน้ำท่วมยังสร้างบ้านได้ ถ้าออกแบบจากตัวเลขจริง Landy Home ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่ก่อนเริ่มออกแบบ และมี FR System สำหรับที่ดินเสี่ยงน้ำท่วม
Table of Content
คนขายที่ดินแทบไม่มีใครบอกว่า "แปลงนี้น้ำท่วมทุกปี" และที่ดินที่ไปดูในวันแดดออกก็ดูแห้งดีทุกแปลง ปัญหาจริงจึงมักโผล่หลังโอนไปแล้ว ในฤดูฝนแรก
ข่าวดีคือวันนี้มีข้อมูลสาธารณะและวิธีดูหน้างานที่ช่วยให้รู้ประวัติน้ำท่วมของที่ดินได้ค่อนข้างชัด ก่อนวางเงินมัดจำ
บทความนี้รวบรวม 7 วิธีที่ใช้ประกอบกันได้ ก่อนให้ทีมสำรวจหน้างาน จากมุมของทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปีของ Landy Home ซึ่งมีผลงาน 10,000 หลัง
ทำไมต้องรู้ประวัติน้ำท่วมก่อนซื้อที่ดิน?
เพราะตัวเลขน้ำท่วมของที่ดินเป็นตัวเลขแรกที่กำหนดเกือบทุกอย่างของบ้าน ตั้งแต่ต้องถมดินเท่าไร พื้นบ้านต้องสูงแค่ไหน ปลั๊กและตู้ไฟอยู่ตรงไหน ไปจนถึงวัสดุชั้นล่าง
ที่ดิน 2 แปลงในทำเลเดียวกัน แปลงหนึ่งน้ำไม่เคยท่วม อีกแปลงท่วมสูงระดับเอวทุก 3 ถึง 4 ปี งบก่อสร้างบ้านและชีวิตในบ้านจะต่างกันมาก ข้อมูลนี้จึงควรอยู่ในมือก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่หลังโอน
7 วิธีเช็กว่าที่ดินน้ำเคยท่วมไหม

ภาพจำลอง · วิธีที่ 1 ถึง 3 ดูภาพกว้าง วิธีที่ 4 ถึง 7 ยืนยันที่ระดับแปลง
ไม่มีวิธีไหนตอบได้ครบในวิธีเดียว ให้ใช้วิธีที่ 1 ถึง 3 ดูภาพกว้าง แล้วใช้วิธีที่ 4 ถึง 7 ยืนยันที่ระดับแปลง
1. ดูแผนที่น้ำท่วมซ้ำซากของ GISTDA

ภาพหน้าจอ Disaster Platform ของ GISTDA ถ่าย 2 ต.ค. 2569 ซูมที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) มีแผนที่ที่ระบายสีพื้นที่ตามจำนวนครั้งที่เคยเกิดน้ำท่วม ตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2567 เปิดดูฟรีในเว็บเบราว์เซอร์ ไม่ต้องสมัครสมาชิก
- เปิด disaster.gistda.or.th/flood
- กดไอคอนรูปกราฟที่แถบด้านซ้ายของหน้าจอ (เอาเมาส์ชี้จะขึ้นคำว่า น้ำท่วมซ้ำซาก)
- กดรูปแว่นขยายด้านขวาของแผนที่ แล้วพิมพ์ชื่อหมู่บ้าน ถนน หรือตำบลที่ที่ดินตั้งอยู่
- ดูสีของพื้นที่เทียบกับแถบสัญลักษณ์มุมขวาล่าง ซึ่งไล่ตั้งแต่ 1 ครั้ง ไปจนถึง มากกว่า 12 ครั้ง ถ้าไม่มีสี แปลว่าข้อมูลชุดนี้ไม่พบน้ำท่วม แต่น้ำขังจากฝนช่วงสั้น ๆ อาจไม่ปรากฏในภาพดาวเทียม จึงยังต้องเช็กวิธีอื่นประกอบ
ถ้าใช้มือถือ ดาวน์โหลดแอป เช็คน้ำ ของ GISTDA (ฟรีทั้ง iOS และ Android) เพื่อดูพื้นที่เสี่ยงรอบตำแหน่งที่อยู่และประวัติน้ำท่วมย้อนหลัง แผนที่ชุดนี้บอกได้ว่าพื้นที่นั้นเคยท่วมบ่อยแค่ไหน แต่ยังไม่บอกว่าน้ำสูงเท่าไรในแปลงของเรา ถ้าที่ดินอยู่ในพื้นที่ที่ท่วมซ้ำหลายครั้ง ให้ถือเป็นสัญญาณแรงที่ต้องยืนยันต่อด้วยวิธีที่ 4 ถึง 7
2. ย้อนดูภาพถ่ายดาวเทียมช่วงน้ำท่วมใหญ่
เปิด Google Earth Pro บนคอมพิวเตอร์ ใช้ฟังก์ชันภาพย้อนหลัง (Historical Imagery) แล้วเลื่อนไปช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2011 (โปรแกรมแสดงปีเป็น ค.ศ. ตรงกับ พ.ศ. 2554) ซึ่งเป็นช่วงน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลาง ถ้ามีภาพในช่วงนั้น จะเห็นว่าแปลงที่ดินและถนนรอบ ๆ จมน้ำหรือไม่ ทำซ้ำกับช่วงฤดูฝนปีอื่นที่มีภาพ
ปี 2554 เป็นปีอ้างอิงที่ดี เพราะเป็นปีที่น้ำท่วมกว้างที่สุดในรอบหลายสิบปี GISTDA เคยเปรียบเทียบว่าเดือนสิงหาคม 2554 มีพื้นที่น้ำท่วมขังราว 5.59 ล้านไร่ ขณะที่เดือนเดียวกันของปี 2565 อยู่ที่ราว 1.85 ล้านไร่ ถ้าที่ดินแห้งในปี 2554 เป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องดูน้ำขังจากฝนในปีปกติประกอบด้วย
3. ตรวจผังเมืองรวมว่าอยู่ในพื้นที่รับน้ำหรือไม่
ผังเมืองรวมของหลายจังหวัดและกรุงเทพมหานครกำหนดพื้นที่ทางระบายน้ำหลาก หรือพื้นที่ที่สงวนไว้ให้น้ำไหลผ่าน ที่ดินในพื้นที่ลักษณะนี้มักมีเงื่อนไขการก่อสร้างเพิ่มเติม และมีโอกาสรับน้ำเมื่อปริมาณน้ำมาก สอบถามได้ที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือสำนักงานเขตและเทศบาลในพื้นที่
4. หาร่องรอยน้ำที่หน้างาน
ร่องรอยที่หน้างานบอกระดับน้ำได้แม่นกว่าแผนที่ เพราะเป็นระดับจริงของจุดนั้น ให้เดินดูรอบแปลงและในซอยแล้วมองหาสิ่งเหล่านี้
- คราบน้ำหรือเส้นตะไคร่เป็นแนวระดับเดียวกันบนเสาไฟฟ้า กำแพงวัด กำแพงโรงเรียน หรือต้นไม้ใหญ่
- บ้านรอบข้างที่ถมดินหรือยกพื้นสูงกว่าถนนผิดปกติ หรือมีขั้นบันไดที่ถูกเสริมขึ้นทีหลัง
- ร่องสำหรับเสียบแผ่นกั้นน้ำที่ประตูบ้านหรือประตูรั้วของบ้านข้างเคียง
- ปลั๊กไฟหรือตู้ไฟของร้านค้าในซอยที่ถูกย้ายขึ้นไปติดสูง
5. ถามคนในพื้นที่ด้วย 3 คำถาม
คนที่อยู่มานานคือแหล่งข้อมูลที่ดีมาก เช่น ร้านค้า วินมอเตอร์ไซค์ หรือเพื่อนบ้านที่อยู่ติดแปลง ลองถามเจาะไปที่ระดับน้ำและระยะเวลาที่น้ำขัง มากกว่าถามแค่ว่าท่วมไหม เพราะตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่นำไปออกแบบบ้านได้จริง
- เคยท่วมสูงสุดเท่าไร ให้เขาชี้ระดับเทียบกับสิ่งที่วัดได้ เช่น ขอบถนน ขั้นบันได หรือกำแพง
- ขังนานกี่วัน น้ำขังไม่กี่ชั่วโมงหลังฝนหนัก กับน้ำขังเป็นสัปดาห์ ต้องออกแบบบ้านต่างกันมาก
- ท่วมบ่อยแค่ไหน ทุกปี ทุก 3 ถึง 5 ปี หรือเฉพาะปีน้ำท่วมใหญ่
6. ไปดูที่ดินในวันที่ฝนตกหนัก
นัดดูที่ดินซ้ำหลังฝนตกหนักในฤดูฝน จะเห็นว่าน้ำระบายออกจากแปลงเร็วแค่ไหน ถนนหน้าแปลงมีน้ำขังไหม และน้ำจากที่ดินข้างเคียงไหลเข้ามาหรือไม่ วัดด้วยตลับเมตรว่าที่ดินต่ำหรือสูงกว่าขอบถนนกี่เซนติเมตร
7. ยืนยันตำแหน่งแปลงจริง แล้วดูว่าอยู่ใกล้น้ำแค่ไหน
ข้อมูลทั้งหมดข้างบนจะใช้ไม่ได้ถ้าดูผิดแปลง ให้ยืนยันตำแหน่งที่ดินจากเลขโฉนดก่อน ดูวิธีได้ที่เช็กที่ดินออนไลน์ก่อนซื้อ แล้วดูระยะจากแม่น้ำ คลอง แนวคันกั้นน้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำรอบแปลง ที่ดินที่อยู่นอกคันกั้นน้ำหรือติดลำน้ำมักรับน้ำก่อน
ต้องจดตัวเลขอะไรบ้าง ก่อนคุยกับสถาปนิก?
ผลจาก 7 วิธีข้างบนควรสรุปเป็นตัวเลข 5 ตัวนี้ วัดจากจุดอ้างอิงเดียวกัน ที่ใช้ง่ายที่สุดคือขอบถนนหน้าที่ดิน
| ตัวเลขที่ต้องมี | ตัวอย่างการจด | ใช้ตัดสินใจเรื่องอะไร |
|---|---|---|
| ระดับที่ดินเทียบขอบถนน | ที่ดินต่ำกว่าขอบถนน 40 ซม. | ต้องถมดินเท่าไรให้น้ำฝนในรั้วระบายออกได้ |
| ระดับน้ำสูงสุดที่เคยท่วม | น้ำเคยสูงกว่าขอบถนน 60 ซม. (ปี 2554) | ความสูงพื้นที่อยู่อาศัย และตำแหน่งปลั๊ก ตู้ไฟ |
| จำนวนวันที่น้ำขัง | ขังประมาณ 3 สัปดาห์ | ต้องใช้ชั้นบนได้ครบระหว่างน้ำขังหรือไม่ |
| ความถี่ที่ท่วม | ท่วมหนักปี 2554 ท่วมตื้นทุก 3 ถึง 4 ปี | คุ้มไหมที่จะยกพื้นที่อยู่อาศัย หรือถมดินพอ |
| ระดับบ้านข้างเคียง | บ้านซ้ายถมสูงกว่าเรา 50 ซม. | น้ำจากแปลงข้างเคียงจะไหลมาหาเราไหม |
ตัวเลขในคอลัมน์ตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีจด ถ้ายังหาบางตัวไม่ได้ไม่เป็นไร จดเท่าที่มี แล้วให้ทีมสำรวจช่วยเก็บส่วนที่เหลือที่หน้างาน
แจกฟรี: คู่มือ Concept Design บ้านรองรับน้ำท่วม จาก FR System
8 Concept ที่ทีมสถาปนิก Landy Home คิดไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ พร้อมวิธีเก็บระดับน้ำท่วมขังของที่ดิน ภาพตัดถมดินกับยกใต้ถุน และแปลนแนวคิด 2 ชั้น
ดาวน์โหลดคู่มือ Concept Design บ้านรองรับน้ำท่วมที่ดินเคยน้ำท่วม ยังซื้อหรือสร้างบ้านได้ไหม?
ได้ ที่ดินจำนวนมากในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเคยมีน้ำท่วมมาก่อน สิ่งที่ต้องทำคือให้ตัวเลขชี้ทาง แล้วออกแบบบ้านจากตัวเลขนั้น
| ลักษณะน้ำท่วมของที่ดิน | แนวทางที่มักเหมาะ | อ่านต่อ |
|---|---|---|
| น้ำขังตื้นหลังฝนหนัก ระบายได้ในไม่กี่ชั่วโมง | ถมดินพอดีหรือสูงกว่าถนนเล็กน้อย ทำทางระบายน้ำรอบแปลง | ถมดินกี่ปีถึงสร้างบ้านได้ |
| น้ำท่วมสูงระดับเข่าขึ้นไป หรือขังหลายวัน | ถมดินพอดีถนน แล้วยกพื้นที่อยู่อาศัยด้วยตัวบ้าน | ถมดิน หรือ ยกใต้ถุน |
| น้ำท่วมสูงและขังเป็นสัปดาห์ ท่วมซ้ำหลายปี | ออกแบบบ้านรองรับน้ำท่วมทั้งระบบ ระดับพื้น ไฟ และวัสดุชั้นล่าง | สร้างบ้านป้องกันน้ำท่วม ต้องออกแบบยังไง |
สำหรับกลุ่มที่ 3 Landy Home มี FR System (Flood Resistant System) ที่วางระดับพื้น ระบบไฟ และงานระบบให้รองรับน้ำท่วมตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ ในแบบ Concept Design พื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร และปลั๊กชั้นล่างสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร FR System เป็นทางเลือกที่พิจารณาตามความเสี่ยงน้ำท่วมของที่ดิน
ทำไมต้องให้ Landy Home ช่วยดูที่ดิน?
การอ่านประวัติน้ำท่วมของที่ดินให้เป็นแบบบ้านที่ใช้ได้จริง ต้องใช้ทั้งการสำรวจหน้างานและทีมที่สร้างได้ตรงแบบ ตารางนี้สรุปว่า Landy Home ดูแลที่ดินเสี่ยงน้ำท่วมอย่างไร เริ่มจากเรื่องที่เกี่ยวกับการสำรวจที่ดินโดยตรง
| เรื่อง | Landy Home ดูแลอย่างไร |
|---|---|
| สำรวจที่ดิน | ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ ดูระดับที่ดินเทียบถนน บ้านข้างเคียง และทางน้ำรอบแปลง |
| นำตัวเลขไปออกแบบ | ทีมสถาปนิกใช้ระดับที่ดินเทียบขอบถนนและระดับน้ำที่เคยท่วม กำหนดระดับพื้นบ้านและตำแหน่งงานระบบ |
| ที่ดินเสี่ยงน้ำท่วม | FR System (Flood Resistant System) วางระดับพื้น ระบบไฟ และงานระบบให้รองรับน้ำท่วมตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ ในแบบ Concept Design ปลั๊กชั้นล่างสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร และตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้จากชั้นบน เป็นทางเลือกที่พิจารณาตามความเสี่ยงน้ำท่วมของที่ดิน |
| โครงสร้าง | Nova System ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป ศึกษาพัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น รับประกันโครงสร้าง 20 ปี* |
| ระบบตรวจงาน | ตรวจ 3 ชั้นภายใต้ ISO 9001:2015: วิศวกรเข้าตรวจหน้างาน, ทีม QA ตรวจมาตรฐาน, ทีม QC ตรวจความถูกต้องและความครบถ้วน |
| ผลงาน | 10,000 หลัง (ดูผลงาน) |
| ประสบการณ์ | ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี |
| ความมั่นคง | ทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท (200 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านในประเทศไทย (ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) |
| แบบบ้าน | แบบบ้านในเครือแลนดี้ กว่า 300 แบบ จาก 3 แบรนด์ในเครือ (Landy Home, Landy Grand และ Trendy Home) |
| พื้นที่บริการ | 11 จุดให้บริการ (10 สาขาบริษัท และชลบุรีซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย) โดยทั่วไปรับงานในรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรจากสาขา และบางพื้นที่พิจารณาเป็นรายกรณี |
Landy Home รับสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า (ไม่ได้ขายที่ดิน) ถ้ามีที่ดินในใจแล้ว ส่งตำแหน่งที่ดินให้ทีมงานดูก่อนได้เลย ทีมจะช่วยเช็กว่าอยู่ในพื้นที่บริการ แล้วนัดสำรวจก่อนเริ่มออกแบบ ช่วงงบที่ Landy Home ดูแลคือ 8 ถึง 20 ล้านบาท ถ้างบต่ำกว่านั้น ยังมี Trendy Home แบรนด์ในเครือ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ที่ใช้ระบบโครงสร้าง Nova System ชุดเดียวกันให้เลือก
กำลังจะซื้อที่ดิน หรือมีที่ดินในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ให้ทีมแลนดี้ไปดูกับคุณ
ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ก่อนเริ่มออกแบบ ผลงาน 10,000 หลัง ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี โครงสร้าง Nova System รับประกันโครงสร้าง 20 ปี*
พิเศษ! จองสิทธิ์สำรวจที่ดิน ออกแบบบ้าน และประเมินงบก่อสร้างฟรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านรับสร้างบ้านได้ที่
ข้อมูลอ้างอิง
- แผนที่น้ำท่วมซ้ำซาก (พื้นที่น้ำท่วมสะสมปี 2554 ถึง 2567) ระบบ Disaster Platform สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 จาก disaster.gistda.or.th
- ชุดข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ค้นหาด้วยจุดพิกัด (API สำหรับนักพัฒนา) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ปรับปรุงล่าสุด 24 ตุลาคม 2568 สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 จาก opendata.gistda.or.th
- GISTDA ชี้โอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 54 น้อย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ 1 กันยายน 2565 จาก infoquest.co.th
- FR System นวัตกรรมบ้านรองรับน้ำท่วม บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด จาก หน้า FR System บนเว็บไซต์แลนดี้ โฮม
คำถามที่พบบ่อย
Q: จะรู้ได้ยังไงว่าที่ดินน้ำไม่ท่วม?
A: ไม่มีแหล่งไหนยืนยันได้ 100% ว่าที่ดินแปลงหนึ่งจะไม่ท่วม แต่ประเมินได้จากหลายแหล่งประกอบกัน คือข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของ GISTDA ภาพดาวเทียมย้อนหลังช่วงน้ำท่วมใหญ่ ร่องรอยน้ำในพื้นที่ และคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ แล้วจดเป็นตัวเลข Landy Home ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ เพื่อดูระดับที่ดินเทียบถนนและบ้านข้างเคียง
Q: ดูแผนที่น้ำท่วมย้อนหลังได้จากที่ไหน?
A: ดูได้ฟรีที่เว็บ disaster.gistda.or.th ของ GISTDA เลือกเมนูน้ำท่วมซ้ำซาก แล้วค้นหาชื่อสถานที่ แผนที่จะระบายสีตามจำนวนครั้งที่เคยท่วมตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2567 บนมือถือใช้แอปเช็คน้ำของ GISTDA ได้ และดูภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังได้จาก Google Earth Pro ข้อมูลระดับพื้นที่ใช้เป็นภาพกว้าง ส่วนระดับน้ำของแปลงต้องดูที่หน้างาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมสำรวจของ Landy Home ทำก่อนออกแบบ
Q: ดูภาพดาวเทียม Google Earth Pro ย้อนหลังอย่างไร ว่าที่ดินน้ำเคยท่วมไหม?
A: ติดตั้ง Google Earth Pro บนคอมพิวเตอร์ ค้นตำแหน่งที่ดิน กดไอคอนรูปนาฬิกา (Historical Imagery) แล้วเลื่อนแถบเวลาไปช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2011 (โปรแกรมแสดงปีเป็น ค.ศ. ตรงกับ พ.ศ. 2554) ถ้ามีภาพในช่วงนั้น จะเห็นว่าแปลงที่ดินและถนนรอบ ๆ จมน้ำหรือไม่ แล้วทำซ้ำกับฤดูฝนปีอื่นที่มีภาพ ภาพดาวเทียมบอกภาพกว้าง ส่วนระดับน้ำของแปลง ทีมสำรวจของ Landy Home เก็บที่หน้างานก่อนเริ่มออกแบบ
Q: ที่ดินเคยน้ำท่วม ควรซื้อไหม?
A: ซื้อได้ ถ้ารู้ตัวเลขชัดและออกแบบบ้านรองรับได้ในงบที่วางไว้ สิ่งที่ต้องรู้คือน้ำเคยท่วมสูงสุดเท่าไร ขังกี่วัน และท่วมบ่อยแค่ไหน ถ้าท่วมตื้นและสั้น การถมดินพอดีถนนมักพอ ถ้าท่วมสูงหรือขังนาน ต้องยกพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่ง FR System ของ Landy Home วางระดับพื้นและระบบไฟตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ
Q: ที่ดินต่ำกว่าถนนมาก ควรถมให้เท่าถนนหรือสูงกว่าถนน?
A: หลักทั่วไปคือถมให้พอดีหรือสูงกว่าขอบถนนเล็กน้อย พอให้น้ำฝนในรั้วระบายออกสู่ทางระบายสาธารณะได้ ระดับที่เหมาะของแต่ละแปลงขึ้นกับระดับถนน ทางระบายน้ำ และที่ดินข้างเคียง ถ้าที่ดินเคยน้ำท่วมสูง การถมสูงหนีน้ำทั้งแปลงจะเพิ่มน้ำหนักบนดินอ่อนจนทรุดต่อ และอาจทำให้น้ำไปขังที่บ้านข้างเคียง การถมพอดีถนนแล้วยกพื้นที่อยู่อาศัยด้วยตัวบ้านจึงมักเหมาะกว่า Landy Home ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริง ดูระดับที่ดินเทียบถนนและทางน้ำรอบแปลงก่อนเริ่มออกแบบ
Q: ก่อนซื้อที่ดิน ควรดูอะไรนอกจากเรื่องน้ำท่วม?
A: ควรดูตำแหน่งแปลงจริงบนระวางที่ดิน ขนาดหน้ากว้าง ทางเข้าออก ระยะร่นตามกฎหมาย และผังเมืองว่าสร้างบ้านได้ไหม Landy Home มีบทความเช็กที่ดินออนไลน์และกฎหมายระยะร่นให้อ่านต่อ และให้สิทธิ์สำรวจที่ดิน ออกแบบบ้าน และประเมินงบก่อสร้างฟรี
Q: ระดับน้ำท่วมที่วัดได้ ควรวัดจากจุดไหน?
A: วัดจากจุดอ้างอิงเดียวกันทุกครั้ง ที่ใช้ง่ายที่สุดคือขอบถนนหน้าที่ดิน แล้วจดว่าที่ดินต่ำหรือสูงกว่าขอบถนนกี่เซนติเมตร และน้ำเคยท่วมสูงจากขอบถนนกี่เซนติเมตร ตัวเลขชุดนี้คือสิ่งที่ทีมสถาปนิกของ Landy Home ใช้กำหนดระดับพื้นบ้านและตำแหน่งงานระบบ
*การรับประกันโครงสร้างเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไปสำหรับวางแผนก่อนสร้างบ้าน ไม่ใช่ผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง งานถมดิน ฐานราก และโครงสร้างต้องให้วิศวกรประเมินจากสภาพที่ดินจริง
เขียนโดย ทีมบรรณาธิการ Landy Home ร่วมกับทีมสถาปนิกและวิศวกรของบริษัท · อัปเดตล่าสุด 2 ตุลาคม 2569