สร้างบ้านป้องกันน้ำท่วม
ต้องออกแบบยังไง?
📌 Key Takeaways
สร้างบ้านป้องกันน้ำท่วมให้ได้ผลต้องเริ่มตั้งแต่วันวางแบบ คือรู้ระดับน้ำท่วมสูงสุดของที่ดิน ยกพื้นที่อยู่อาศัยให้อยู่เหนือระดับนั้น แยกวงจรไฟฟ้ารายชั้น ย้ายถังน้ำและปั๊มขึ้นชั้นบน และใช้วัสดุชั้นล่างที่ทนน้ำ ไม่มีบ้านไหนกันน้ำได้ 100% แต่บ้านที่ออกแบบดีเสียหายน้อยกว่าและกลับมาอยู่ได้เร็วกว่า
- ไม่มีบ้านไหนกันน้ำได้ 100% เป้าหมายที่ทำได้จริงคือยกพื้นที่อยู่อาศัยให้อยู่เหนือระดับน้ำ ลดความเสียหาย และให้ชั้นบนใช้ชีวิตต่อได้ระหว่างน้ำขัง
- ข้อมูลแรกที่ต้องมีคือระดับน้ำท่วมสูงสุดที่ที่ดินแปลงนั้นเคยเจอ วัดเป็นเซนติเมตรจากจุดอ้างอิงเดียวกัน เพราะเป็นตัวกำหนดความสูงของพื้นบ้านและตำแหน่งงานระบบทั้งหมด
- งานระบบ 3 อย่างที่ต้องวางตั้งแต่เขียนแบบ และแก้ย้อนหลังได้ยาก คือ วงจรไฟฟ้าแยกรายชั้น ถังน้ำและปั๊มบนชั้น 2 และแนวท่อที่กันน้ำเสียไหลย้อนจากถังบำบัด
- บ้านยกใต้ถุนสูงไม่ได้เหมาะกับทุกที่ดิน ถ้าเจอแค่น้ำฝนขังไม่กี่สิบเซนติเมตร หรือในบ้านมีผู้สูงอายุที่ขึ้นลงบันไดลำบาก ควรให้ทีมสำรวจที่ดินและคุยกับทีมออกแบบก่อนเลือกแบบ
- FR series คือแบบบ้านหนีน้ำท่วมของ Landy Home ที่ใช้ FR System (Flood Resistant System) ซึ่ง Landy Home คิดค้น ระบบนี้มีเฉพาะในแบบบ้าน FR series เช่น แบบบ้าน THE VAREE ที่ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร และติดปลั๊กสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร
Table of Content
ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลายครอบครัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่งผ่านช่วงน้ำท่วมขัง และเริ่มกลับมาคิดว่าถ้าจะสร้างบ้านใหม่ ควรทำอะไรให้ต่างจากเดิม คำตอบที่ตรงที่สุดคือ บ้านที่รับมือน้ำท่วมได้ ต้องคิดตั้งแต่วันวางแบบ ไม่ใช่มาแก้ตอนน้ำมาแล้ว
คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ "ทำยังไงให้น้ำไม่เข้าบ้าน" เพราะไม่มีบ้านไหนกันน้ำได้ 100% คำถามที่ใช้ได้จริงคือ "ถ้าน้ำขึ้นจริง บ้านจะรับมือได้แค่ไหน และหลังน้ำลดจะกลับมาอยู่ได้เร็วแค่ไหน" บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่การอ่านที่ดิน งานระบบ วัสดุ ไปจนถึงการเลือกว่าบ้านยกใต้ถุนสูงเหมาะกับคุณหรือไม่
ที่ดินเคยน้ำท่วมสูงแค่ไหน ต้องรู้อะไรก่อนวางแบบ?
ทุกการตัดสินใจในบ้านป้องกันน้ำท่วม ตั้งแต่ความสูงของพื้น ตำแหน่งตู้ไฟ ไปจนถึงวัสดุชั้นล่าง ขึ้นกับตัวเลขตัวเดียว คือ ระดับน้ำสูงสุดที่ที่ดินแปลงนั้นเคยเจอ ถ้าตัวเลขนี้คลาดเคลื่อน ต่อให้ออกแบบดีแค่ไหนก็วางระดับผิดทั้งหลัง
ข้อมูลที่เจ้าของที่ดินเก็บเองได้ก่อนคุยกับสถาปนิก มี 4 อย่าง
| ข้อมูลที่ควรจด | วิธีหา | ใช้ตัดสินใจเรื่องอะไร |
|---|---|---|
| ระดับที่ดินเทียบกับถนนหน้าที่ดิน | วัดว่าที่ดินต่ำหรือสูงกว่าขอบถนนกี่เซนติเมตร | ต้องถมดินหรือยกพื้นเพิ่มแค่ไหน |
| ระดับบ้านข้างเคียง | ดูว่าบ้านรอบข้างถมดินหรือยกพื้นไว้สูงเท่าไร | ถ้าเราต่ำกว่าเพื่อนบ้าน น้ำจากแปลงข้างเคียงจะไหลมาที่เรา |
| ประสบการณ์ของคนในพื้นที่ | ถามว่าเคยท่วมสูงสุดเท่าไร ขังนานกี่วัน และท่วมถี่แค่ไหน | ท่วมสั้นกับท่วมนานต้องออกแบบต่างกัน |
| ร่องรอยน้ำเดิม | สังเกตคราบน้ำบนกำแพง รั้ว หรือเสาไฟในละแวกนั้น | ใช้เทียบกับคำบอกเล่า ว่าตัวเลขที่ได้มาใกล้เคียงความจริงไหม |
เคล็ดลับคือ จดทุกตัวเลขเป็นเซนติเมตร โดยวัดจากจุดอ้างอิงเดียวกัน เช่น ขอบถนนหน้าที่ดิน เพราะถ้าคนหนึ่งบอก "ท่วมถึงเข่า" อีกคนบอก "ท่วมครึ่งประตู" ตัวเลขจะเทียบกันไม่ได้
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ การถมดินช่วยยกระดับได้ แต่ไม่ใช่คำตอบเดียว ดินที่ถมใหม่ต้องใช้เวลาอัดตัว และการถมสูงกว่าเพื่อนบ้านมาก ๆ อาจทำให้ทางระบายน้ำในละแวกเปลี่ยนไป บางที่ดินจึงเหมาะกับการยกพื้นบ้านขึ้นเป็นใต้ถุนมากกว่าการถมดินให้สูงทั้งแปลง
ที่ Landy Home ก่อนเริ่มออกแบบ เราส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงทุกครั้ง ข้อมูลที่คุณจดไว้ข้างต้นจะช่วยให้ทีมสถาปนิกและวิศวกรใช้ประกอบการเลือกระดับพื้นและแบบบ้านที่เหมาะกับที่ดินแปลงนั้น
บ้านป้องกันน้ำท่วมต้องคิด 5 เรื่องอะไรบ้าง?
บ้านที่รับมือน้ำท่วมได้ดี ไม่ได้ต่างจากบ้านทั่วไปแค่ความสูงของพื้น แต่ต่างกันที่ 5 เรื่องนี้ ซึ่งทุกเรื่องต้องตัดสินใจตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ
1. ระดับพื้นบ้านและใต้ถุน
หลักคือ พื้นที่อยู่อาศัยหลัก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำหลัก ควรอยู่เหนือระดับน้ำสูงสุดที่ที่ดินเคยเจอ บวกระยะเผื่ออีกช่วงหนึ่ง เพราะระดับน้ำแต่ละปีไม่เท่ากัน
การยกระดับทำได้ 2 ทางหลัก
| วิธี | จุดเด่น | สิ่งที่ต้องแลก |
|---|---|---|
| ถมดินแล้วสร้างบ้านบนดินถม | บ้านอยู่ระดับเดียว ไม่ต้องขึ้นบันไดเพิ่ม | ดินถมต้องใช้เวลาอัดตัว และถ้าถมสูงมากจะกระทบทางน้ำรอบข้าง |
| ยกบ้านเป็นใต้ถุนสูง | พื้นที่อยู่อาศัยขึ้นไปอยู่เหนือน้ำ น้ำไหลผ่านใต้ถุนได้ | ต้องขึ้นลงบันไดทุกวัน และต้องวางแผนพื้นที่ใต้ถุนให้ใช้งานได้จริง |
2. ระบบไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าคือเรื่องที่คนมักนึกถึงทีหลัง แต่สำคัญที่สุดเมื่อน้ำเริ่มเข้า หลักที่ควรมีคือ
- แยกวงจรไฟฟ้ารายชั้น เพื่อให้ตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ โดยชั้นบนยังมีไฟใช้
- ติดปลั๊ก สวิตช์ และตู้ไฟให้สูง ให้อยู่เหนือระดับน้ำที่คาดว่าจะเจอ
- วางวงจรสำคัญไว้ชั้นบน เช่น ไฟแสงสว่างและปั๊มน้ำ เพื่อไม่ต้องดับไฟทั้งหลังเมื่อชั้นล่างมีน้ำ
ข้อปฏิบัติทั่วไปที่ใช้ได้กับทุกบ้าน: เมื่อน้ำเริ่มเข้า ให้ตัดไฟชั้นล่างก่อน ห้ามแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะยืนในน้ำ และหลังน้ำลดควรให้ช่างไฟตรวจระบบก่อนเปิดใช้งานชั้นล่างอีกครั้ง
3. น้ำใช้และสุขาภิบาล
ปัญหาที่หลายบ้านเจอระหว่างน้ำท่วมคือ ไฟยังมี แต่ไม่มีน้ำใช้ หรือกดชักโครกไม่ได้ สาเหตุมักมาจาก 2 จุด
- ถังน้ำและปั๊มน้ำอยู่ชั้นล่าง เมื่อน้ำท่วมถึง ปั๊มต้องหยุดทำงาน ทางแก้คือวางถังน้ำดีและปั๊มไว้บนชั้น 2 ตั้งแต่ขั้นออกแบบ
- น้ำเสียไหลย้อนจากถังบำบัด เมื่อระดับน้ำภายนอกสูงกว่าปลายท่อ น้ำเสียอาจดันกลับเข้าบ้านทางท่อระบาย แนวท่อจึงต้องออกแบบโดยคิดถึงกรณีนี้ตั้งแต่แรก
ในบางพื้นที่ วิศวกรอาจแนะนำอุปกรณ์กันน้ำย้อนหรืออุปกรณ์เสริมอื่นเพิ่มเติม ซึ่งควรพิจารณาเป็นรายหลังตามสภาพที่ดิน
4. วัสดุชั้นล่าง
เป้าหมายของวัสดุชั้นล่างไม่ใช่ "ไม่เปียก" แต่คือ "เปียกแล้วฟื้นเร็ว"
- พื้นและผนังชั้นล่างใช้วัสดุที่ทนน้ำ ผิวไม่ดูดซึม และล้างโคลนออกได้ง่าย
- เลี่ยงวัสดุที่บวมหรือเสียรูปเมื่อแช่น้ำในชั้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
- พื้นชั้นบนเลือกวัสดุทนน้ำ ไม่บวม ไม่โก่ง เผื่อความชื้นที่ลอยขึ้นมาจากชั้นล่าง
- บันไดใช้ผิวกันลื่น เพราะช่วงน้ำท่วมคือช่วงที่ขึ้นลงบันไดบ่อยที่สุดและพื้นเปียกบ่อยที่สุด
วัสดุที่ล้างง่ายและแห้งเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อราหลังน้ำลด และทำให้ครอบครัวกลับเข้าใช้ชั้นล่างได้เร็วขึ้น
5. โครงสร้าง
น้ำที่ขังนานทำให้ดินรอบฐานรากอิ่มน้ำ และความชื้นเข้าถึงองค์ประกอบของบ้านต่อเนื่องหลายวัน โครงสร้างจึงต้องคำนวณตามสภาพดินจริงของที่ดินแปลงนั้น และใช้วัสดุที่ควบคุมคุณภาพได้
บ้านของ Landy Home ใช้โครงสร้าง Nova System ซึ่งศึกษาพัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น ผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างจากโรงงานเพื่อควบคุมคุณภาพ และรับประกันโครงสร้าง 20 ปี
สรุป 5 เรื่องในตารางเดียว
| เรื่อง | ถ้าไม่คิดตั้งแต่วางแบบ | สิ่งที่ควรทำตั้งแต่เขียนแบบ |
|---|---|---|
| ระดับพื้น | พื้นที่อยู่อาศัยจมน้ำ ต้องย้ายของขึ้นชั้นบนทุกครั้ง | ยกพื้นที่อยู่อาศัยให้อยู่เหนือระดับน้ำสูงสุดบวกระยะเผื่อ |
| ระบบไฟฟ้า | ต้องตัดไฟทั้งหลัง | แยกวงจรรายชั้น ติดปลั๊กและตู้ไฟสูง |
| น้ำใช้และสุขาภิบาล | ไม่มีน้ำใช้ ห้องน้ำใช้ไม่ได้ น้ำเสียไหลย้อน | ถังน้ำและปั๊มไว้ชั้น 2 ออกแบบแนวท่อกันไหลย้อน |
| วัสดุชั้นล่าง | ต้องรื้อเปลี่ยนหลังน้ำลด | ใช้วัสดุทนน้ำ ล้างง่าย บันไดกันลื่น |
| โครงสร้าง | เสี่ยงเสียหายเมื่อน้ำขังนาน | คำนวณตามสภาพดินจริง ใช้โครงสร้างที่ควบคุมคุณภาพได้ |
บ้านยกใต้ถุนสูง เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?
บ้านยกใต้ถุนสูงแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ตรงจุด แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกที่ดินและทุกครอบครัว การรู้ตั้งแต่ต้นว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ช่วยให้ไม่ต้องแลกความสะดวกในชีวิตประจำวันโดยไม่จำเป็น
| เหมาะกับ | อาจไม่เหมาะ ควรคุยกับทีมก่อน |
|---|---|
| มีที่ดินในพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซากหรือขังนานหลายวัน และกำลังจะสร้างบ้านใหม่ | ที่ดินในเมืองที่เจอแค่น้ำฝนขังไม่กี่สิบเซนติเมตร บ้านยกใต้ถุนสูงต้องแลกด้วยการขึ้นลงบันไดทุกวัน ซึ่งอาจเกินความจำเป็น |
| จะสร้างบ้านหลังที่สองริมน้ำหรือในต่างจังหวัด | บ้านที่มีผู้สูงอายุขึ้นลงบันไดลำบาก ต้องคุยกับทีมออกแบบก่อนเลือกแบบ |
| ชอบบ้านสไตล์เรือนไทยยกสูงแบบร่วมสมัย และอยากใช้ใต้ถุนเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือที่จอดรถ | งบก่อสร้างต่ำกว่า 8 ล้านบาท ช่วงงบที่แลนดี้ โฮม ถนัดคือ 8 ถึง 20 ล้านบาท ถ้างบต่ำกว่านั้น ทีมจะแนะนำ Trendy Home แบรนด์ในเครือ |
ถ้าคุณอยู่ในคอลัมน์ขวา ไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับความเสี่ยงน้ำท่วม แต่แปลว่าควรให้ทีมสำรวจที่ดินก่อน แล้วทีมจะแนะนำแบบบ้านที่เหมาะกับระดับน้ำจริงของที่ดินและการใช้ชีวิตของคนในบ้าน สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ อ่านแนวทางวางแผนเพิ่มเติมได้ที่ มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน ควรเผื่อพื้นที่ลิฟต์บ้านไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบไหม
FR series บ้านหนีน้ำท่วมจาก Landy Home คืออะไร?
FR series คือกลุ่มแบบบ้านหนีน้ำท่วมของ Landy Home ที่ใช้ FR System (Flood Resistant System) ซึ่ง Landy Home คิดค้นขึ้นสำหรับครอบครัวที่ต้องการลดความเสียหายจากน้ำท่วม
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ FR System มีเฉพาะในแบบบ้าน FR series ไม่ได้เป็นชุดอุปกรณ์ที่นำไปติดเพิ่มกับแบบบ้านอื่น เพราะระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และระดับพื้นถูกวางมาพร้อมผังบ้านตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ
แรงบันดาลใจของดีไซน์: FR series ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเวนิสที่ผู้คนใช้ชีวิตคู่กับสายน้ำ ผสมกับเรือนไทยยกสูงที่คนไทยคุ้นเคย ออกมาเป็นบ้านยกสูงที่ใช้ชีวิตได้ทั้งหน้าน้ำและหน้าแล้ง
FR System ประกอบด้วยอะไรบ้าง
| ระบบ | ทำอะไร | ผลต่อการอยู่อาศัย |
|---|---|---|
| ระดับพื้นบ้าน | ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร (แบบบ้าน THE VAREE) | พื้นที่อยู่อาศัยหลักอยู่เหนือระดับน้ำ |
| ระบบไฟฟ้าแยกส่วน | แยกระบบไฟฟ้าและเบรกเกอร์ชั้น 1 และใต้ถุนออกจากระบบไฟฟ้าหลัก แยก Main ย่อยแต่ละจุด ปลั๊กและสวิตช์ติดสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร และติดตั้งตู้เมนไฟฟ้าไว้ที่ชั้น 2 | ตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ ช่วยลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร โดยไม่ต้องดับทั้งหลัง |
| วงจรสำคัญบนชั้น 2 | ไฟแสงสว่างและปั๊มน้ำอยู่ในระบบที่แยกไว้บนชั้น 2 | ชั้นบนยังมีไฟและน้ำใช้ระหว่างชั้นล่างมีน้ำขัง |
| ระบบจัดการน้ำเสีย | ออกแบบท่อไม่ให้น้ำเสียจากถังบำบัดไหลย้อนเข้าบ้าน ติดตั้งถังน้ำดีและปั๊มน้ำไว้ชั้น 2 | ยังมีน้ำใช้และใช้ห้องน้ำชั้น 2 ได้ระหว่างที่ชั้นล่างมีน้ำขัง |
| ใต้ถุนและชั้นล่าง | ใต้ถุนสูง โปร่ง ใช้เป็นลานจอดรถ และมีห้องสำหรับใช้ชีวิตในช่วงระดับน้ำปกติ | ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดกลิ่นอับชื้นช่วงน้ำท่วม และลมผ่านใต้ถุนช่วยลดความร้อนสะสม |
| วัสดุลดความเสียหายชั้นล่าง | วัสดุทนน้ำ ทำความสะอาดง่ายหลังน้ำลด | กลับเข้าใช้ชั้นล่างได้เร็วขึ้น |
| พื้นชั้น 2 และบันได | กระเบื้องทนน้ำ ไม่บวม ไม่โก่ง บันไดผิวด้านกันลื่น (Anti-Slip) | ขึ้นลงบันไดได้มั่นคงขึ้นในช่วงที่พื้นเปียก |
| หลังคา | ชายคายื่นยาว | ช่วยกันฝนสาดเข้าตัวบ้าน |
ตัวอย่างจากแบบบ้าน THE VAREE: ชั้นล่างมีลานจอดรถใต้ถุน 3 คัน ห้องนอน 1 ห้อง ห้องรับแขก ห้องน้ำ ครัว และส่วนซักรีด รองรับผู้สูงอายุและการใช้ชีวิตตามปกติในช่วงที่ระดับน้ำปกติ ส่วนชั้น 2 มีห้องนอน 3 ห้อง (ห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง) ห้องน้ำ 3 ห้อง ส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนเตรียมอาหาร ห้องไฟฟ้า และระเบียงกว้าง ถ้าน้ำขึ้น ครอบครัวยังใช้ชีวิตบนชั้น 2 ได้ครบ
ภาพประกอบ FR series ทุกภาพในบทความนี้เป็นภาพจำลอง รายละเอียดสเปกของแต่ละแบบ ทีมงานจะแจ้งให้ทราบระหว่างการออกแบบตามที่ดินจริง
ทำไมต้องสร้างบ้านป้องกันน้ำท่วมกับ Landy Home?
บ้านป้องกันน้ำท่วมต้องการทั้งแบบที่คิดมาดี และทีมที่สร้างได้ตรงแบบ นี่คือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ของ Landy Home
| เรื่อง | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| ผลงาน | ส่งมอบบ้านแล้ว 10,000 หลัง (ดูผลงาน) |
| ประสบการณ์ | ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี |
| ความมั่นคง | ทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท (200 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านในประเทศไทย |
| โครงสร้าง | Nova System ศึกษาพัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น รับประกันโครงสร้าง 20 ปี |
| ระบบตรวจงาน | ตรวจ 3 ชั้นภายใต้ ISO 9001:2015: วิศวกรเข้าตรวจหน้างาน, ทีม QA ตรวจมาตรฐาน, ทีม QC ตรวจความถูกต้องและความครบถ้วน |
| แบบบ้าน | แบบบ้านในเครือแลนดี้ กว่า 300 แบบ จาก 3 แบรนด์ในเครือ (Landy Home, Landy Grand และ Trendy Home) |
| ก่อนออกแบบ | ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ |
| ระหว่างก่อสร้าง | ทีม CS อัปเดตความคืบหน้าทุกสัปดาห์ในไลน์กลุ่ม เจ้าของบ้านไม่ต้องไปหน้างานเอง (ดูระบบตรวจงาน 3 ชั้น) |
| พื้นที่บริการ | 11 จุดให้บริการ (10 สาขาบริษัท และชลบุรีซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย) โดยทั่วไปรับงานในรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรจากสาขา และบางพื้นที่พิจารณาเป็นรายกรณี |
สำหรับคนที่จะสร้างบ้านหลังที่สองในต่างจังหวัด แนะนำให้แจ้งตำแหน่งที่ดินกับทีมงานก่อน เพื่อตรวจว่าทีมคุมงานเข้าไซต์ได้ถี่พอสำหรับแปลงนั้นหรือไม่
บ้านที่รับมือน้ำท่วมได้ เริ่มจากการรู้จักที่ดินแปลงนั้นให้ละเอียด แล้วออกแบบทุกระบบให้สอดคล้องกับระดับน้ำจริง ไม่ใช่มาแก้ทีหลังเมื่อน้ำมาแล้ว ถ้าคุณมีที่ดินในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือยังไม่แน่ใจว่าบ้านยกใต้ถุนสูงเหมาะกับคุณไหม ให้ทีม Landy Home ไปดูที่ดินจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจร่วมกัน
ให้ทีมแลนดี้ไปดูที่ดินจริง ก่อนตัดสินใจเรื่องบ้านกับน้ำท่วม
ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ก่อนเริ่มออกแบบ ผลงานส่งมอบแล้ว 10,000 หลัง ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี โครงสร้าง Nova System รับประกันโครงสร้าง 20 ปี*
พิเศษ! จองสิทธิ์สำรวจที่ดิน ออกแบบบ้าน และประเมินงบก่อสร้างฟรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านรับสร้างบ้านได้ที่
ข้อมูลอ้างอิง
- FR System นวัตกรรมบ้านหนีน้ำ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2569 จาก หน้า FR System บนเว็บไซต์แลนดี้ โฮม
- ข้อมูลแบบบ้าน THE VAREE จากทีมสถาปนิก บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
Q: บ้านป้องกันน้ำท่วมกันน้ำได้ 100% ไหม?
A: ไม่มีบ้านไหนกันน้ำได้ 100% สิ่งที่ออกแบบได้จริงคือยกพื้นที่อยู่อาศัยให้อยู่เหนือระดับน้ำ และลดความเสียหายของชั้นล่าง FR System ที่ Landy Home คิดค้นจึงออกแบบให้ชั้นบนยังใช้ชีวิตต่อได้ระหว่างน้ำขัง และชั้นล่างกลับมาใช้งานได้เร็วหลังน้ำลด
Q: สร้างบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ควรยกพื้นสูงเท่าไร?
A: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่ดิน หลักคือยกพื้นที่อยู่อาศัยให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดของที่ดินแปลงนั้นบวกระยะเผื่อ แบบบ้าน THE VAREE ใน FR series ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร และ Landy Home ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ
Q: ปลั๊กไฟบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ควรติดสูงเท่าไร?
A: ปลั๊ก สวิตช์ และตู้ไฟ ควรอยู่เหนือระดับน้ำที่ที่ดินเคยเจอ และควรแยกวงจรรายชั้นเพื่อตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ FR System ที่ Landy Home คิดค้นติดปลั๊กและสวิตช์สูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร ติดตั้งตู้เมนไฟฟ้าไว้ที่ชั้น 2 และแยกระบบไฟชั้น 1 ออกจากระบบไฟฟ้าหลัก
Q: ช่วงน้ำท่วมยังใช้ห้องน้ำได้ไหม?
A: ขึ้นกับตำแหน่งถังน้ำ ปั๊มน้ำ และแนวท่อน้ำเสียของบ้าน ถ้าอยู่ชั้นล่างทั้งหมด มักใช้ไม่ได้ FR System วางถังน้ำดีและปั๊มไว้ชั้น 2 และออกแบบท่อไม่ให้น้ำเสียไหลย้อน จึงยังมีน้ำใช้และใช้ห้องน้ำชั้น 2 ได้ระหว่างที่ชั้นล่างมีน้ำขัง
Q: บ้านยกใต้ถุนสูงเหมาะกับใคร?
A: เหมาะกับคนที่มีที่ดินในพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซากหรือขังนาน คนที่จะสร้างบ้านหลังที่สองริมน้ำ และคนที่ชอบเรือนไทยยกสูงแบบร่วมสมัย ถ้าเจอแค่น้ำขังไม่กี่สิบเซนติเมตร หรือมีผู้สูงอายุในบ้าน ทีม Landy Home จะสำรวจที่ดินก่อนแล้วแนะนำแบบบ้านที่เหมาะกว่า
Q: FR series ต่างจากบ้านยกใต้ถุนทั่วไปอย่างไร?
A: บ้านยกใต้ถุนทั่วไปแก้เรื่องระดับพื้นอย่างเดียว FR series วางระบบไฟแยกรายชั้น ถังน้ำและปั๊มบนชั้น 2 แนวท่อกันน้ำเสียไหลย้อน และวัสดุชั้นล่างที่ล้างง่าย มาพร้อมกันตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ บนโครงสร้าง Nova System ที่รับประกันโครงสร้าง 20 ปี
*การรับประกันโครงสร้างเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ภาพ FR series ในบทความนี้เป็นภาพจำลอง รายละเอียดสเปกของแต่ละหลังขึ้นกับแบบและที่ดินจริง
เขียนโดย ทีมบรรณาธิการ Landy Home ร่วมกับทีมสถาปนิกและวิศวกรของบริษัท · อัปเดตล่าสุด 28 กันยายน 2569