icon-house-planแบบบ้านicon-houseผลงานicon-bookE-Catalogicon-volume-lowโปรโมชัน
highlight
517

สร้างบ้านป้องกันน้ำท่วม
ต้องออกแบบยังไง?

 

📌 Key Takeaways

สร้างบ้านป้องกันน้ำท่วมให้ได้ผล ต้องเริ่มจากตัวเลขระดับน้ำสูงสุดของที่ดิน แล้วออกแบบให้พื้นที่อยู่อาศัยอยู่เหนือระดับนั้น แยกไฟรายชั้น และวางน้ำใช้ไว้ชั้นบน เป้าหมายไม่ใช่กันน้ำได้ 100% แต่คือวันที่น้ำมายังอยู่ต่อได้ และวันที่น้ำลดกลับมาใช้ชั้นล่างได้เร็ว

  • คำถามที่ควรตั้งไม่ใช่แค่ "ยกเท่าไร น้ำถึงจะไม่เข้า" แต่คือ "วันที่น้ำมา ครอบครัวยังใช้ชีวิตต่อได้ไหม และวันที่น้ำลดกลับมาใช้บ้านได้เร็วแค่ไหน"
  • ตัวเลขแรกที่ต้องมีคือระดับน้ำท่วมสูงสุดที่ที่ดินแปลงนั้นเคยเจอ วัดเป็นเซนติเมตรจากจุดอ้างอิงเดียวกัน เพราะเป็นตัวกำหนดความสูงของพื้นบ้านและตำแหน่งงานระบบทั้งหมด
  • งานระบบ 3 อย่างที่ต้องวางตั้งแต่เขียนแบบ และแก้ย้อนหลังได้ยาก คือ วงจรไฟฟ้าแยกรายชั้น ถังน้ำและปั๊มบนชั้น 2 และแนวท่อที่กันน้ำเสียไหลย้อน
  • ชั้นล่างของบ้านยกสูงไม่จำเป็นต้องเป็นที่ว่างรอน้ำ แบบบ้าน THE VAREE ใช้ชั้นล่างเป็นที่จอดรถ 3 คัน ห้องนอน ห้องรับแขก ครัว และส่วนซักรีด ผู้สูงอายุจึงใช้ชีวิตชั้นล่างได้ในวันปกติ
  • FR series คือแบบบ้านหนีน้ำท่วมของ Landy Home ที่ใช้ FR System (Flood Resistant System) ซึ่ง Landy Home คิดค้น ระบบนี้มีเฉพาะในแบบบ้าน FR series เช่น แบบบ้าน THE VAREE ที่ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร และติดปลั๊กสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร

หลังช่วงน้ำท่วมขังปลายเดือนกันยายน คำถามที่หลายครอบครัวเริ่มถามคือ "ถ้าที่ดินเคยน้ำท่วม ต้องยกบ้านสูงแค่ไหน"

การยกบ้านทำใต้ถุนสูงได้ผลจริง แต่หลายคนยังลังเล เพราะกลัวชีวิตประจำวันจะลำบาก น้ำอาจมาปีละไม่กี่สัปดาห์ แต่บันไดต้องเดินทุกวัน

ด้วยทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี และผลงาน 10,000 หลัง ทีม Landy Home มองว่าคำถามที่ควรตั้งไม่ใช่แค่ "ยกเท่าไร น้ำถึงจะไม่เข้า" แต่คือ "ถ้าต้องยกบ้านอยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้ชั้นล่างยังใช้ชีวิตได้ทุกวัน และให้ชั้นบนยังอยู่ได้ครบในวันที่น้ำมา"

ถ้าคุณกำลังจะสร้างบ้านบนที่ดินที่เคยน้ำท่วม บทความนี้จะเล่าผ่านแบบบ้าน THE VAREE (เดอะ วารี) ใน FR series ของ Landy Home "วารี" แปลว่าน้ำ บ้านหลังนี้จึงตั้งโจทย์ตั้งแต่เส้นแรกของแบบว่าต้องอยู่กับน้ำให้ได้ ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วค่อยหาทางกั้นน้ำทีหลัง

ที่ดินเคยน้ำท่วมสูงแค่ไหน ต้องรู้อะไรก่อนวางแบบ?

 

ลองนึกภาพว่าคุณยืนอยู่บนที่ดินเปล่าหลังฝนหยุด สิ่งที่สถาปนิกอยากรู้ก่อนเรื่องอื่นคือตัวเลขเดียว: น้ำเคยท่วมที่ดินแปลงนี้สูงสุดกี่เซนติเมตร เพราะตัวเลขนี้กำหนดความสูงของพื้นบ้าน ตำแหน่งตู้ไฟ และวัสดุชั้นล่างทั้งหมด

เจ้าของที่ดินหลายคนเพิ่งซื้อที่มาจึงยังไม่รู้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ข้อมูลที่เก็บเองได้ก่อนคุยกับสถาปนิกมี 4 อย่าง

ข้อมูลที่ควรจดวิธีหาใช้ตัดสินใจเรื่องอะไร
ระดับที่ดินเทียบกับถนนหน้าที่ดินวัดว่าที่ดินต่ำหรือสูงกว่าขอบถนนกี่เซนติเมตรต้องถมดินหรือยกพื้นเพิ่มแค่ไหน
ระดับบ้านข้างเคียงดูว่าบ้านรอบข้างถมดินหรือยกพื้นไว้สูงเท่าไรถ้าเราต่ำกว่าเพื่อนบ้าน น้ำจากแปลงข้างเคียงจะไหลมาที่เรา
ประสบการณ์ของคนในพื้นที่ถามว่าเคยท่วมสูงสุดเท่าไร ขังนานกี่วัน และท่วมถี่แค่ไหนท่วมสั้นกับท่วมนานต้องออกแบบต่างกัน
ร่องรอยน้ำเดิมสังเกตคราบน้ำบนกำแพง รั้ว หรือเสาไฟในละแวกนั้นใช้เทียบกับคำบอกเล่า ว่าตัวเลขที่ได้มาใกล้เคียงความจริงไหม

เคล็ดลับคือ จดทุกตัวเลขเป็นเซนติเมตร โดยวัดจากจุดอ้างอิงเดียวกัน เช่น ขอบถนนหน้าที่ดิน เพราะถ้าคนหนึ่งบอก "ท่วมถึงเข่า" อีกคนบอก "ท่วมครึ่งประตู" ตัวเลขจะเทียบกันไม่ได้

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ การถมดินช่วยยกระดับได้ แต่ไม่ใช่คำตอบเดียว ดินที่ถมใหม่ต้องใช้เวลาอัดตัว และการถมสูงกว่าเพื่อนบ้านมาก ๆ อาจทำให้ทางระบายน้ำในละแวกเปลี่ยนไป บางที่ดินจึงเหมาะกับการยกพื้นบ้านขึ้นเป็นใต้ถุนมากกว่าการถมดินให้สูงทั้งแปลง

ที่ Landy Home ก่อนเริ่มออกแบบ เราส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงทุกครั้ง ตัวเลขที่คุณจดไว้ช่วยให้ทีมสถาปนิกและวิศวกรเลือกระดับบ้านที่เหมาะกับแปลงนั้น สำหรับแบบบ้าน THE VAREE พื้นชั้น 2 ยกสูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร เพื่อให้ห้องนอนหลักและพื้นที่ใช้ชีวิตอยู่เหนือระดับน้ำ

บ้านป้องกันน้ำท่วมต้องคิด 5 เรื่องอะไรบ้าง?

 

บ้านที่รับมือน้ำท่วมได้ดีไม่ได้ต่างจากบ้านทั่วไปแค่ความสูงของพื้น แต่ต่างกันที่ 5 เรื่องนี้ และทุกเรื่องต้องตัดสินใจตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ เพราะพอเทพื้นและเดินท่อไปแล้ว การแก้ย้อนหลังมักต้องรื้อของเดิม

1. ระดับพื้นบ้านและใต้ถุน

น้ำอาจมาปีละไม่กี่สัปดาห์ แต่บันไดต้องเดินทุกวัน การเลือกระดับพื้นจึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างวันที่น้ำมากับวันธรรมดาอีกเกือบทั้งปี หลักคือ พื้นที่อยู่อาศัยหลัก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำหลัก ควรอยู่เหนือระดับน้ำสูงสุดที่ที่ดินเคยเจอ บวกระยะเผื่ออีกช่วงหนึ่ง เพราะระดับน้ำแต่ละปีไม่เท่ากัน

การยกระดับทำได้ 2 ทางหลัก

วิธีจุดเด่นสิ่งที่ต้องแลก
ถมดินแล้วสร้างบ้านบนดินถมบ้านอยู่ระดับเดียว ไม่ต้องขึ้นบันไดเพิ่มดินถมต้องใช้เวลาอัดตัว และถ้าถมสูงมากจะกระทบทางน้ำรอบข้าง
ยกบ้านเป็นใต้ถุนสูงพื้นที่อยู่อาศัยขึ้นไปอยู่เหนือน้ำ น้ำไหลผ่านใต้ถุนได้ต้องขึ้นลงบันไดทุกวัน และต้องวางแผนพื้นที่ใต้ถุนให้ใช้งานได้จริง

ถ้าเลือกยกใต้ถุน โจทย์ต่อมาคือทำให้ชั้นล่างไม่เป็นแค่ที่ว่างรอน้ำ แบบบ้าน THE VAREE วางลานจอดรถ ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ ครัว และส่วนซักรีดไว้ชั้นล่าง วันปกติจึงใช้ชีวิตชั้นล่างได้เต็มที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่ต้องขึ้นบันไดทุกวัน

2. ระบบไฟฟ้า

ลองนึกภาพว่าน้ำเริ่มเข้าโรงรถตอนสองทุ่ม ถ้าทั้งบ้านใช้ระบบไฟชุดเดียว ทางที่ปลอดภัยคือตัดไฟทั้งหลัง ทั้งที่คนในบ้านยังต้องใช้ไฟอยู่ชั้นบน บ้านที่ออกแบบเผื่อน้ำท่วมจึงควรมี 3 อย่างนี้

  • แยกวงจรไฟฟ้ารายชั้น เพื่อให้ตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ โดยชั้นบนยังมีไฟใช้
  • ติดปลั๊ก สวิตช์ และตู้ไฟให้สูง ให้อยู่เหนือระดับน้ำที่คาดว่าจะเจอ
  • วางวงจรสำคัญไว้ชั้นบน เช่น ไฟแสงสว่างและปั๊มน้ำ เพื่อไม่ต้องดับไฟทั้งหลังเมื่อชั้นล่างมีน้ำ

ข้อปฏิบัติทั่วไปที่ใช้ได้กับทุกบ้าน: เมื่อน้ำเริ่มเข้า ให้ตัดไฟชั้นล่างก่อน ห้ามแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะยืนในน้ำ และหลังน้ำลดควรให้ช่างไฟตรวจระบบก่อนเปิดใช้งานชั้นล่างอีกครั้ง

3. น้ำใช้และสุขาภิบาล

ปัญหาที่หลายบ้านเจอระหว่างน้ำท่วมคือ ไฟยังมี แต่เปิดก๊อกแล้วไม่มีน้ำ หรือกดชักโครกแล้วน้ำดันกลับขึ้นมา สาเหตุมักมาจาก 2 จุด

  • ถังน้ำและปั๊มน้ำอยู่ชั้นล่าง เมื่อน้ำท่วมถึง ปั๊มต้องหยุดทำงาน ทางแก้คือวางถังน้ำดีและปั๊มไว้บนชั้น 2 ตั้งแต่ขั้นออกแบบ
  • น้ำเสียไหลย้อนจากถังบำบัด เมื่อระดับน้ำภายนอกสูงกว่าปลายท่อ น้ำเสียอาจดันกลับเข้าบ้านทางท่อระบาย แนวท่อจึงต้องออกแบบโดยคิดถึงกรณีนี้ตั้งแต่แรก

ในบางพื้นที่ วิศวกรอาจแนะนำอุปกรณ์กันน้ำย้อนหรืออุปกรณ์เสริมอื่นเพิ่มเติม ซึ่งควรพิจารณาเป็นรายหลังตามสภาพที่ดิน

4. วัสดุชั้นล่าง

เป้าหมายของวัสดุชั้นล่างไม่ใช่ "ไม่เปียก" แต่คือ "เปียกแล้วฟื้นเร็ว"

วันที่น้ำลด สิ่งที่ทุกบ้านอยากทำที่สุดคือฉีดน้ำล้างโคลน เช็ดให้แห้ง แล้วกลับมาใช้ชั้นล่างได้ ไม่ใช่รื้อพื้นทำใหม่ วัสดุจึงควรเลือกตามนี้

  • พื้นและผนังชั้นล่างใช้วัสดุที่ทนน้ำ ผิวไม่ดูดซึม และล้างโคลนออกได้ง่าย
  • เลี่ยงวัสดุที่บวมหรือเสียรูปเมื่อแช่น้ำในชั้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
  • พื้นชั้นบนเลือกวัสดุทนน้ำ ไม่บวม ไม่โก่ง เผื่อความชื้นที่ลอยขึ้นมาจากชั้นล่าง
  • บันไดใช้ผิวกันลื่น เพราะช่วงน้ำท่วมคือช่วงที่ขึ้นลงบันไดบ่อยที่สุดและพื้นเปียกบ่อยที่สุด

วัสดุที่ล้างง่ายและแห้งเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อราหลังน้ำลด และทำให้ครอบครัวกลับเข้าใช้ชั้นล่างได้เร็วขึ้น

5. โครงสร้าง

น้ำที่ขังนานทำให้ดินรอบฐานรากอิ่มน้ำ และความชื้นเข้าถึงองค์ประกอบของบ้านต่อเนื่องหลายวัน โครงสร้างจึงต้องคำนวณตามสภาพดินจริงของที่ดินแปลงนั้น และใช้วัสดุที่ควบคุมคุณภาพได้

บ้านของ Landy Home ใช้โครงสร้าง Nova System ซึ่งศึกษาพัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น ผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างจากโรงงานเพื่อควบคุมคุณภาพ และรับประกันโครงสร้าง 20 ปี

สรุป 5 เรื่องในตารางเดียว

เรื่องถ้าไม่คิดตั้งแต่วางแบบสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เขียนแบบ
ระดับพื้นพื้นที่อยู่อาศัยจมน้ำ ต้องย้ายของขึ้นชั้นบนทุกครั้งยกพื้นที่อยู่อาศัยให้อยู่เหนือระดับน้ำสูงสุดบวกระยะเผื่อ
ระบบไฟฟ้าต้องตัดไฟทั้งหลังแยกวงจรรายชั้น ติดปลั๊กและตู้ไฟสูง
น้ำใช้และสุขาภิบาลไม่มีน้ำใช้ ห้องน้ำใช้ไม่ได้ น้ำเสียไหลย้อนถังน้ำและปั๊มไว้ชั้น 2 ออกแบบแนวท่อกันไหลย้อน
วัสดุชั้นล่างต้องรื้อเปลี่ยนหลังน้ำลดใช้วัสดุทนน้ำ ล้างง่าย บันไดกันลื่น
โครงสร้างเสี่ยงเสียหายเมื่อน้ำขังนานคำนวณตามสภาพดินจริง ใช้โครงสร้างที่ควบคุมคุณภาพได้

บ้านยกใต้ถุนสูง เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?

 

บ้านยกใต้ถุนสูงแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ตรงจุด แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกที่ดินและทุกครอบครัว ลองเช็กว่าคุณอยู่กลุ่มไหน

เหมาะกับคุณ ถ้า...

  • มีที่ดินในพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซากหรือขังนานหลายวัน และกำลังจะสร้างบ้านใหม่
  • จะสร้างบ้านหลังที่สองริมน้ำหรือในต่างจังหวัด
  • ชอบบ้านสไตล์เรือนไทยยกสูงแบบร่วมสมัย และอยากใช้ใต้ถุนเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือที่จอดรถ
  • มีผู้สูงอายุในบ้าน และอยากให้ท่านใช้ชีวิตชั้นล่างได้ในวันปกติ แบบที่มีห้องนอนชั้นล่างอย่าง THE VAREE ตอบโจทย์นี้ ถ้าวางแผนติดลิฟต์บ้านด้วย อ่านต่อได้ที่ มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน ควรเผื่อพื้นที่ลิฟต์บ้านไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบไหม

ควรคุยกับทีมก่อน ถ้า...

  • ที่ดินในเมืองที่เจอแค่น้ำฝนขังไม่กี่สิบเซนติเมตร บ้านยกใต้ถุนสูงต้องแลกด้วยการขึ้นลงบันไดทุกวัน ซึ่งอาจเกินความจำเป็น
  • มีบ้านอยู่แล้วและอยากปรับให้รับน้ำท่วม FR System ออกแบบมาพร้อมแบบบ้าน FR series ตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ จึงไม่ใช่อุปกรณ์ที่นำไปติดเพิ่มกับบ้านเดิม
  • งบก่อสร้างต่ำกว่า 8 ล้านบาท ช่วงงบที่แลนดี้ โฮม ถนัดคือ 8 ถึง 20 ล้านบาท ถ้างบต่ำกว่านั้น ทีมจะแนะนำ Trendy Home แบรนด์ในเครือ

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มหลัง ไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับความเสี่ยงน้ำท่วม แต่แปลว่าควรให้ทีมสำรวจที่ดินก่อน แล้วทีมจะแนะนำแบบบ้านที่เหมาะกับระดับน้ำจริงของที่ดินและการใช้ชีวิตของครอบครัว

FR series บ้านหนีน้ำท่วมจาก Landy Home คืออะไร?

 

FR series คือกลุ่มแบบบ้านหนีน้ำท่วมของ Landy Home ที่ใช้ FR System (Flood Resistant System) ซึ่ง Landy Home คิดค้นขึ้นสำหรับครอบครัวที่ต้องการลดความเสียหายจากน้ำท่วม

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ FR System มีเฉพาะในแบบบ้าน FR series ไม่ได้เป็นชุดอุปกรณ์ที่นำไปติดเพิ่มกับแบบบ้านอื่น เพราะระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และระดับพื้นถูกวางมาพร้อมผังบ้านตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ

แรงบันดาลใจของดีไซน์: FR series ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเวนิสที่ผู้คนใช้ชีวิตคู่กับสายน้ำ ผสมกับเรือนไทยยกสูงที่คนไทยคุ้นเคย ออกมาเป็นบ้านยกสูงที่ใช้ชีวิตได้ทั้งหน้าน้ำและหน้าแล้ง

ภาพจำลองแบบบ้าน THE VAREE บ้านหนีน้ำท่วม FR series ยกใต้ถุนสูง จอดรถใต้ถุนได้ 3 คัน

ภาพจำลองแบบบ้าน THE VAREE ใน FR series ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร ใต้ถุนจอดรถได้ 3 คัน

ถ้าน้ำมา บ้าน THE VAREE รับมืออย่างไร

ลองไล่ดูทีละช่วง ตั้งแต่วันธรรมดาไปจนถึงวันที่น้ำลด

วันปกติ: ครอบครัวใช้ทั้งสองชั้น ชั้นล่างมีลานจอดรถใต้ถุน 3 คัน ห้องนอน 1 ห้อง ห้องรับแขก ห้องน้ำ ครัว และส่วนซักรีด ใต้ถุนที่สูงและโปร่งให้ลมผ่านใต้บ้านได้ทั้งวัน ช่วยลดความร้อนสะสม

วันที่น้ำเริ่มขึ้น: ยกเบรกเกอร์ของชั้นล่างและใต้ถุนลง เพราะระบบไฟส่วนนี้แยกออกจากระบบหลัก ตู้เมนไฟฟ้าอยู่ในห้องไฟฟ้าชั้น 2 ชั้นบนจึงยังใช้ไฟได้โดยไม่ต้องดับทั้งหลัง ส่วนปลั๊กและสวิตช์ชั้นล่างติดสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร

ระหว่างที่น้ำขัง: ทุกคนย้ายขึ้นชั้น 2 ซึ่งยกสูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร มีห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 3 ห้อง ส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนเตรียมอาหาร และระเบียงกว้าง ถังน้ำดีและปั๊มอยู่ชั้น 2 แนวท่อออกแบบไม่ให้น้ำเสียไหลย้อน จึงยังมีน้ำใช้และใช้ห้องน้ำชั้น 2 ได้ ชายคายื่นยาวกันฝนสาด พื้นชั้น 2 ปูกระเบื้องทนน้ำ และบันไดใช้กระเบื้องผิวด้านกันลื่น (Anti-Slip) เพราะช่วงที่ขึ้นลงบันไดบ่อยที่สุดมักเป็นช่วงที่พื้นเปียกที่สุด

วันที่น้ำลด: ชั้นล่างใช้วัสดุทนน้ำที่ล้างง่าย ล้างโคลน เช็ดให้แห้ง แล้วกลับมาใช้ชั้นล่างได้เร็ว ใต้ถุนที่โปร่งช่วยระบายความชื้นและกลิ่นอับ

อินโฟกราฟิก FR System นวัตกรรมบ้านป้องกันน้ำท่วมของ Landy Home บนแบบบ้าน THE VAREE แยกวงจรไฟฟ้ารายชั้น ยกระดับปลั๊กและตู้ไฟ เบรกเกอร์แยกจุด บันไดกันลื่น กระเบื้องทนความชื้น หลังคายื่นยาว โครงสร้าง Nova System

ภาพจำลอง · FR System 8 จุดบนแบบบ้าน THE VAREE ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร

FR System ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ระบบทำอะไรผลต่อการอยู่อาศัย
ระดับพื้นบ้านยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร (แบบบ้าน THE VAREE)พื้นที่อยู่อาศัยหลักอยู่เหนือระดับน้ำ
ระบบไฟฟ้าแยกส่วนแยกระบบไฟฟ้าและเบรกเกอร์ชั้น 1 และใต้ถุนออกจากระบบไฟฟ้าหลัก แยก Main ย่อยแต่ละจุด ปลั๊กและสวิตช์ติดสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร และติดตั้งตู้เมนไฟฟ้าไว้ที่ชั้น 2ตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ ช่วยลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร โดยไม่ต้องดับทั้งหลัง
วงจรสำคัญบนชั้น 2ไฟแสงสว่างและปั๊มน้ำอยู่ในระบบที่แยกไว้บนชั้น 2ชั้นบนยังมีไฟและน้ำใช้ระหว่างชั้นล่างมีน้ำขัง
ระบบจัดการน้ำเสียออกแบบท่อไม่ให้น้ำเสียจากถังบำบัดไหลย้อนเข้าบ้าน ติดตั้งถังน้ำดีและปั๊มน้ำไว้ชั้น 2ยังมีน้ำใช้และใช้ห้องน้ำชั้น 2 ได้ระหว่างที่ชั้นล่างมีน้ำขัง
ใต้ถุนและชั้นล่างใต้ถุนสูง โปร่ง ใช้เป็นลานจอดรถ และมีห้องสำหรับใช้ชีวิตในช่วงระดับน้ำปกติระบายอากาศได้ดี ช่วยลดกลิ่นอับชื้นช่วงน้ำท่วม และลมผ่านใต้ถุนช่วยลดความร้อนสะสม
วัสดุลดความเสียหายชั้นล่างวัสดุทนน้ำ ทำความสะอาดง่ายหลังน้ำลดกลับเข้าใช้ชั้นล่างได้เร็วขึ้น
พื้นชั้น 2 และบันไดกระเบื้องทนน้ำ ไม่บวม ไม่โก่ง บันไดผิวด้านกันลื่น (Anti-Slip)ขึ้นลงบันไดได้มั่นคงขึ้นในช่วงที่พื้นเปียก
หลังคาชายคายื่นยาวช่วยกันฝนสาดเข้าตัวบ้าน

ภาพประกอบ FR series ทุกภาพในบทความนี้เป็นภาพจำลอง รายละเอียดสเปกของแต่ละแบบ ทีมงานจะแจ้งให้ทราบระหว่างการออกแบบตามที่ดินจริง

บ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมไม่ต้องตั้งเป้าว่าน้ำจะไม่มาอีกเลย โจทย์ของ THE VAREE คือ วันปกติอยู่สบายทั้งสองชั้น วันที่น้ำมาชั้นบนยังใช้ชีวิตได้ครบ และวันที่น้ำลด ชั้นล่างกลับมาใช้ได้เร็ว

ทำไมต้องสร้างบ้านป้องกันน้ำท่วมกับ Landy Home?

 

บ้านป้องกันน้ำท่วมต้องการทั้งแบบที่คิดมาดี และทีมที่สร้างได้ตรงแบบ นี่คือข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ของ Landy Home

เรื่องข้อเท็จจริง
ผลงานส่งมอบบ้านแล้ว 10,000 หลัง (ดูผลงาน)
ประสบการณ์ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี
ความมั่นคงทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท (200 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านในประเทศไทย
โครงสร้างNova System ศึกษาพัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น รับประกันโครงสร้าง 20 ปี
ระบบตรวจงานตรวจ 3 ชั้นภายใต้ ISO 9001:2015: วิศวกรเข้าตรวจหน้างาน, ทีม QA ตรวจมาตรฐาน, ทีม QC ตรวจความถูกต้องและความครบถ้วน
แบบบ้านแบบบ้านในเครือแลนดี้ กว่า 300 แบบ จาก 3 แบรนด์ในเครือ (Landy Home, Landy Grand และ Trendy Home)
ก่อนออกแบบส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบ
ระหว่างก่อสร้างทีม CS อัปเดตความคืบหน้าทุกสัปดาห์ในไลน์กลุ่ม เจ้าของบ้านไม่ต้องไปหน้างานเอง (ดูระบบตรวจงาน 3 ชั้น)
พื้นที่บริการ11 จุดให้บริการ (10 สาขาบริษัท และชลบุรีซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย) โดยทั่วไปรับงานในรัศมีประมาณ 60 กิโลเมตรจากสาขา และบางพื้นที่พิจารณาเป็นรายกรณี

สำหรับคนที่จะสร้างบ้านหลังที่สองในต่างจังหวัด แนะนำให้แจ้งตำแหน่งที่ดินกับทีมงานก่อน เพื่อตรวจว่าทีมคุมงานเข้าไซต์ได้ถี่พอสำหรับแปลงนั้นหรือไม่

บ้านที่รับมือน้ำท่วมได้ เริ่มจากการรู้จักที่ดินแปลงนั้นให้ละเอียด แล้วออกแบบทุกระบบให้สอดคล้องกับระดับน้ำจริง ไม่ใช่มาแก้ทีหลังเมื่อน้ำมาแล้ว ถ้าคุณมีที่ดินในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือยังไม่แน่ใจว่าบ้านยกใต้ถุนสูงเหมาะกับคุณไหม ให้ทีม Landy Home ไปดูที่ดินจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจร่วมกัน

ให้ทีมแลนดี้ไปดูที่ดินจริง ก่อนตัดสินใจเรื่องบ้านกับน้ำท่วม

ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ก่อนเริ่มออกแบบ ผลงานส่งมอบแล้ว 10,000 หลัง ทีมงานประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 40 ปี โครงสร้าง Nova System รับประกันโครงสร้าง 20 ปี*

พิเศษ! จองสิทธิ์สำรวจที่ดิน ออกแบบบ้าน และประเมินงบก่อสร้างฟรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านรับสร้างบ้านได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. FR System นวัตกรรมบ้านหนีน้ำ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2569 จาก หน้า FR System บนเว็บไซต์แลนดี้ โฮม
  2. ข้อมูลแบบบ้าน THE VAREE จากทีมสถาปนิก บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

 

Q: บ้านป้องกันน้ำท่วมกันน้ำได้ 100% ไหม?

A: ไม่มีบ้านไหนกันน้ำได้ 100% สิ่งที่ออกแบบได้จริงคือยกพื้นที่อยู่อาศัยให้อยู่เหนือระดับน้ำ และลดความเสียหายของชั้นล่าง FR System ที่ Landy Home คิดค้นจึงออกแบบให้ชั้นบนยังใช้ชีวิตต่อได้ระหว่างน้ำขัง และชั้นล่างกลับมาใช้งานได้เร็วหลังน้ำลด

Q: สร้างบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ควรยกพื้นสูงเท่าไร?

A: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่ดิน หลักคือยกพื้นที่อยู่อาศัยให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดของที่ดินแปลงนั้นบวกระยะเผื่อ แบบบ้าน THE VAREE ใน FR series ยกพื้นชั้น 2 สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร ตัวเลขนี้คือระดับพื้นของแบบ ไม่ใช่ความสูงน้ำที่รับประกันว่ารับได้ Landy Home จึงส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มออกแบบทุกครั้ง

Q: ปลั๊กไฟบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ควรติดสูงเท่าไร?

A: ปลั๊ก สวิตช์ และตู้ไฟ ควรอยู่เหนือระดับน้ำที่ที่ดินเคยเจอ และควรแยกวงจรรายชั้นเพื่อตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ FR System ที่ Landy Home คิดค้นติดปลั๊กและสวิตช์สูงจากพื้นดินอย่างน้อย 1.00 เมตร ติดตั้งตู้เมนไฟฟ้าไว้ที่ชั้น 2 และแยกระบบไฟชั้น 1 ออกจากระบบไฟฟ้าหลัก

Q: ช่วงน้ำท่วมยังใช้ห้องน้ำได้ไหม?

A: ขึ้นกับตำแหน่งถังน้ำ ปั๊มน้ำ และแนวท่อน้ำเสียของบ้าน ถ้าอยู่ชั้นล่างทั้งหมด มักใช้ไม่ได้ FR System วางถังน้ำดีและปั๊มไว้ชั้น 2 และออกแบบท่อไม่ให้น้ำเสียไหลย้อน จึงยังมีน้ำใช้และใช้ห้องน้ำชั้น 2 ได้ระหว่างที่ชั้นล่างมีน้ำขัง

Q: บ้านยกใต้ถุนสูงเหมาะกับใคร?

A: เหมาะกับคนที่มีที่ดินในพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซากหรือขังนาน คนที่จะสร้างบ้านหลังที่สองริมน้ำ และครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ถ้าเลือกแบบที่มีห้องนอนชั้นล่างอย่าง THE VAREE ถ้าที่ดินเจอแค่น้ำขังไม่กี่สิบเซนติเมตร ทีม Landy Home จะสำรวจที่ดินก่อนแล้วแนะนำแบบบ้านที่เหมาะกว่า

Q: FR series ต่างจากบ้านยกใต้ถุนทั่วไปอย่างไร?

A: บ้านยกใต้ถุนทั่วไปแก้เรื่องระดับพื้นอย่างเดียว FR series วางระบบไฟแยกรายชั้น ถังน้ำและปั๊มบนชั้น 2 แนวท่อกันน้ำเสียไหลย้อน และวัสดุชั้นล่างที่ล้างง่าย มาพร้อมกันตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ บนโครงสร้าง Nova System ที่รับประกันโครงสร้าง 20 ปี

Q: น้ำท่วมแล้วน้ำดันย้อนขึ้นทางท่อหรือชักโครก บ้านป้องกันน้ำท่วมแก้อย่างไร?

A: น้ำจะไหลย้อนเมื่อระดับน้ำนอกบ้านสูงกว่าจุดระบายน้ำของบ้าน น้ำจึงดันกลับเข้ามาทางท่อ ท่อระบายพื้น และชักโครกชั้นล่าง วิธีที่ได้ผลคือวางห้องน้ำที่ต้องใช้ช่วงน้ำท่วมไว้สูงกว่าระดับน้ำ และวางแนวท่อตั้งแต่ตอนเขียนแบบ FR System ออกแบบแนวท่อไม่ให้น้ำเสียไหลย้อน และวางถังน้ำดีกับปั๊มไว้ชั้น 2 ห้องน้ำชั้น 2 ของ THE VAREE อยู่บนพื้นที่สูงจากพื้นดิน 3.90 เมตร จึงยังใช้ได้ระหว่างที่ชั้นล่างมีน้ำขัง

Q: ติดแผงกั้นน้ำที่ประตูพอไหม ทำไม FR series ถึงเลือกยกบ้าน?

A: แผงกั้นน้ำกันน้ำที่ไหลเข้าทางประตูได้ แต่น้ำยังเข้าบ้านได้อีกหลายทาง ทั้งท่อระบาย พื้นดิน และรั้ว ส่วนน้ำฝนที่ตกในรั้วก็ต้องสูบออกเองตลอดช่วงที่น้ำขัง FR series จึงแก้อีกแบบ คือยกพื้นที่อยู่อาศัยให้พ้นน้ำ (THE VAREE ยกพื้นชั้น 2 สูง 3.90 เมตร) และใช้วัสดุชั้นล่างที่เปียกได้และล้างง่าย พอน้ำลดก็ทำความสะอาดแล้วกลับมาใช้ได้เร็ว

Q: มีบ้านอยู่แล้ว หรือบ้านกำลังสร้างอยู่ ใส่ FR System เพิ่มได้ไหม?

A: FR System ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ซื้อมาติดเพิ่มได้ แต่คือการวางระดับพื้น ระบบไฟ ระบบน้ำ และแนวท่อไปพร้อมกับแบบบ้าน FR series ตั้งแต่ขั้นเขียนแบบ จึงเหมาะกับคนที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่บนที่ดินที่เคยน้ำท่วม ทีม Landy Home จะส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจที่ดินจริงก่อนออกแบบ เพื่อเลือกระดับบ้านให้ตรงกับระดับน้ำของที่ดินแปลงนั้น

*การรับประกันโครงสร้างเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ภาพ FR series ในบทความนี้เป็นภาพจำลอง รายละเอียดสเปกของแต่ละหลังขึ้นกับแบบและที่ดินจริง

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการ Landy Home ร่วมกับทีมสถาปนิกและวิศวกรของบริษัท  · อัปเดตล่าสุด 28 กันยายน 2569

คัดลอกลิงก์
แบบบ้านที่เกี่ยวข้อง
สาระน่ารู้อื่น ๆ
เลือกแล้ว รายการ
ดููเปรียบเทียบ
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ ท่านสามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุกกี้ได้
โดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” และสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ "นโยบายการใช้คุกกี้"